สวนสนุกในความเป็นจริง
ตั้งแต่มาทำงานอยู่กรุงเทพฯ ฉันก็หมายมาดในใจว่า "คราวนี้แหละ ถึงวันว่างเมื่อไหร่ฉันจะไปเที่ยวสวนสนุกจนเบื่อเลย ฮุ้ยช์" แต่ผ่านมาจนครบปีฉันก็ยังไปได้แค่ 2 ที่ และที่ละครั้งเท่านั้น ที่แรกเป็นสวนสนุกแบบเด็กๆ ส่วนที่ที่สองเป็นสวนสนุกที่มีสวนน้ำด้วย แล้วที่จะเล่าต่อไปนี้ก็คือสวนสนุกแบบที่สองนี่แหละ
เริ่มจากการซื้อตั๋วสวนสนุก เราโชคดีที่ตอนนั้นมีโปรโมชั่นเลยได้ราคาถูกลงมาเกือบครึ่ง (แต่ฉันก็พอรู้ว่าโปรของสวนสนุกมีบ่อยมากไม่ว่าจะเป็นวันพ่อ วันแม่ วันเด็ก วันคนแก่ เปิดเทอม ปิดเทอม แทบนับวันไม่มีโปรได้ และราคาจองออนไลน์ก็ประมาณนี้เสมอ ควรดีใจอยู่ไหม)
เราโอนเงินก่อน แล้วปริ้นส์ตั๋วไปแสดงที่หน้าทางเข้าเจ้าหน้าที่ให้คูปองอาหารมาสองสามใบแต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้อยู่ดี
เราโอนเงินก่อน แล้วปริ้นส์ตั๋วไปแสดงที่หน้าทางเข้าเจ้าหน้าที่ให้คูปองอาหารมาสองสามใบแต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้อยู่ดี
พอเข้าเกทสวนสนุกเพื่อนก็ให้สิทธิ์ฉันเลือกก่อน แน่นอนว่าฉันเลือก "ม้่าหมุนสองชั้น" เครื่องเล่นที่ค้างคาใจมาตั้งแต่เด็ก มันอยู่ใน MV เพลงมากมาย และดูโรแมนติกเป็นที่สุด ฉันเคยขึ้นแต่ม้าหมุนงานวัดก็ต้องอยากลิ้มลองสักครั้งให้รู้ว่ามันเป็นยังไง พอขึ้นไปแล้วก็ได้รู้ว่าที่ฉันขึ้นมามันคงเป็นม้าที่ทั้งเหนื่อยทั้งแก่ มันถึงได้หมุนในระดับที่ลงเดินยังเร็วกว่า (ทำไมตอนดูใน MV เพลง มันหมุนเร๋็วดูเพลินดีจังวุ้ย) จนฉันต้องขอโทษขอโพยเพื่อนที่หน้าเริ่มงอเป็นปลายทัพพี และถามตัวเองว่า "ฉันมาเสียเวลาอะไรกับม้าหมุนนี่นะ"
จบจากม้าหมุนพร้อมกับดอกไม้ที่เพื่อนมอบให้ฉันรัวๆ
"เป็นไงหละม้าหมุนของมรึง พอละนะอีเครื่องอะไรเนี่ย เสียเวลา_ัส ต่อจากนี้เล่นอะไรที่มันสะใจ สมอายุหน่อยเหอะ"
แล้วเราก็ไปรถไฟเหาะ
ถึงแม้ฉันจะเคยขึ้นรถไฟเหาะมาแล้วบ้าง แต่เมื่อถึงตอนที่รถไฟเตรียมพุ่งเมื่อไหร่ก็อดใจไม่ไหวเรียกพ่อแก้วแม่แก้วทุกที ฉันเกร็งคอ หลับตา พร้อมกับกรี๊ดประสานเสียงกลุ่มเด็กเสื้อชมพูที่มาทัศนศึกษาด้วย จะไม่ให้เรียกพ่อแก้วแม่แก้วคงไม่ไหวตอนนั้นเพื่อนรักฉันรีบพุ่งไปจองที่นั่งแถวหน้า ฉันไม่ตาย_่า ก็บุญแค่ไหน
ลงจากรถไฟเหาะมาเพื่อนถามว่าฉันกลัวอะไร "กลัวน๊อตหลุด น๊อตตรงไหนหลุดไม่ว่า น๊อตตรงฮาห้ามหลุด" มันเป็นความระแวงที่ทำให้ความหวาดเสียวเพิ่มขึ้นจนกลัววิญญาณหลุดออกจากที่นั่ง
เราไปต่อที่จานหมุนดิสโก้ ฉันเคยเห็นแต่ในคลิปเกมส์โชว์เกาหลีที่เอาคนมาแกล้ง แล้วนั่งดูจนหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง พอขึ้นไปนั่งจานเริ่มหมุนเป็นจังหวะ ฉันก็จับขอบจานไว้มั่นมือ แต่สังเกตว่ามีคนหนึ่งปล่อยมือแล้วเอาแต่กดโทรศัพท์แต่ก็ไม่ยักจะตกเลยสักที่ พอหมุนหลายรอบฉันก็จับตังหวะโยกได้ เลยลองปล่อยมือบ้าง ก็ไม่หลุดออกจากที่นั่งจริงแฮะ สุดท้ายเมื่อรู้ความลับมันก็ไม่น่าตื่นเต้นอีกต่อไป
เดินไปใกล้ๆ กันมีเครื่องหมุนที่เป็นหนวดปลาหมึกกำลังเรียกคนขึ้นพอดี เราเลยรีบขึ้นไปนั่งให้ทันรอบด้วย ผลออกมาคือปลาหมึกทำเพื่อนฉันแทบอ้วกพุ่ง (อันที่จริงนางไปดื่มมาเมื่อคืนเป็นต้นทุน) ส่วนฉันก็ได้ความรู้สึกโลกหมุนมาเป็นของแถม
เรานั่งพักกันแป๊บนึ๊ง พร้อมกับยำมาม่าที่ราคากับปริมาณแปรผกผันกันอย่างชัดเจน และกินไปก็ไม่ช่วยอะไรเลยด้วยซ้ำ เราเลยซื้อน้ำแข็งใสมาแบ่งกันกินถ้วยนึ๊ง ใส่ปากเข้าไปคำแรกจึงได้สัมผัสถึงความรู้สึกของผู้รอดชีวิตที่แท้ทรู
พอกันทีกับเครื่องเล่นทั้งหลายแหล่ ฉันกับเพื่อนเราเห็นพ้องกันว่าบ่ายที่ร้อนตับแตกอย่างนี้เราจะไม่เอาก้นไปนาบเครื่องเล่นใดๆ อีก ถึงเวลาแล้วที่จะลงเล่นน้ำได้เสียที
น่าเสียดายแบบสุด ที่ฉันดันมีประจำเดือนช่วงนี้
มีเมื่อไหร่ไม่มี มามีตอนวันจองตั๋ว จองตอนเที่ยง ตอนเย็นมาเลย มันแกล้งกันชัดๆ
ฉันนั่งแห้งๆ บางครั้งก็ถ่ายรูปให้เพื่อน ส่วนใหญ่ฉันนอนเปื่อยอยู่ใกล้สระ ฉันถามตัวเองแทบทุกนาทีว่า "กุมาทัมอัลลัยที่นี่ว๊าาา" อากาศร้อน ร้อนจนฉันเริ่มเดือดดาลข้างใน เล่นน้ำก็ไม่ได้ ลมจะพัดก็ไม่มี นี่มันวันตากปลาหมึกแห้งแห่งชาติรึไงนะ
มองออกไปเหนือจากวิวทะเลเทียม ไกลๆ นั่น ฉันเห็นตึกคูหาสามชั้นอยู่อีกฝั่งถนน
แล้วก็มาคิดในใจว่าสวนสนุกก็ไม่ทำให้เราได้หลุดออกไปจากโลกความเป็นจริงซะทีเดียว
ตรงนี้ความฝัน...ตรงนั้นความจริง (แหม่ มาเป็นเจ้าบทเจ้ากลอน)
เล่นไปสักแป๊บนึ๊งเพื่อนก็ชวนฉันไปนั่งเครื่องล่องซุงแก้เบื่อ แต่ดูสภาพแล้ว ตอนซุงมันพุ่งลงสระน้ำยังไงๆ ก็เปียกแน่ไม่ต้องสงสัย ฉันเลยขอบาย และมานั่งเก็บภาพสวยๆ ให้เพื่อนใกล้ทางออกแทน
จบเกมส์เพื่อนก็เม้าท์ให้ฟัง
"หุ้ยคือมึง ตอนซุงมันขึ้นไปสูงๆ อะนะ กุเหลือบดูข้างล่าง เห็นซากซุงเก่าที่เค้าทิ้งแล้วมันกองอยู่ข้างล่างสยองมากมึง"
"อ่าว แต่เห็นเธอยิ้มแย้มดีนะ นึกว่าสนุก"
"โหยมึงข้างในซุงที่กุนั่งนะ เหม็นเยี่ยวสุด ไม่รู้มันหวาดเสียวเยี่ยวเล็ดหรืออะไร แต่รู้ว่ามึงรอถ่ายรูปกุก็ต้องยิ้มไง"
คิดว่าโชคดีขนาดไหนที่ฉันไม่ลงเล่นเครื่องนั้น
เพื่อนขอตัวไปเล่นสไลด์เดอร์อีกครั้ง ขณะที่ฟ้าเริ่มมืด และมีลมพัดแรง
ฉันเข้าใจละ ว่าทำไมมันร้อนอบอ้าว ตับแลบมาค่อนวันอย่างนี้
ฟ้าร้อง ท้องฟ้าดำ ลมแรง เม็ดฝนหยอดนิดหน่อย อะห๋อยย นี่มันเค้าพายุมาแล้วชัดๆ
ยังมีเวลาอีกจิ๊ดหนึ่ง เหลือเครื่องเล่นที่เราเก็บไว้ปิดท้ายอีกอย่างคือเครื่องที่นั่งห้อยแล้วมันจะเหวี่ยงเราไปตามรางเหมือนรถไฟเหาะ
บรรยากาศรอบตัวตอนนั้น ถึงแม้จะมีเวลา แต่ฟ้ามืดที่เคลื่อนมาไม่น่าไว้ใจเลย ฉันกับเพื่อนรีบวิ่งไปหมายจะต่อแถวเล่น ทั้งที่ความจริงฉันถอดใจตั้งแต่มองไม่เห็นใครอยู่สักคนแล้ว ฟ้ามืดยิ่งกว่าเดิม ลมแรงกว่าเก่า คนหายหมดเหลือแต่เรา เหมือนเราอยู่ในสวนสนุกร้างอย่างนั้น
แต่เพื่อนก็ไม่ถอดใจ พาฉันวิ่งไปถามเจ้าหน้าที่ว่ายังเล่นได้อยู่ไหม
"ตอนนี้เครื่องเล่นภาคสนามปิดให้บริการทุกเครื่องจนกว่าฝนจะหยุดตกครับ ต้องขออภัยด้วยนะครับ"
โอ้ เทวดา นางฟ้ามาโปรด ดีแค่ไหนที่ฉันไม่ต้องไปหวาดเสียวใจอยู่กลางอากาศ
เราวิ่งไปหลบฝนในโรงเครื่องเล่นเด็ก พร้อมกับฝนที่ตกหนักและเม็ดใหญ่มาก
ยังพอมีเครื่องเล่นบางเครื่องเปิดให้เล่นอยู่ เราไปนั่งแก้เบื่อกันนิดหน่อย แต่หลายรอบไม่ไหวเมาหัวเกิน
สรุปแล้ววันนี้เป็นวันเล่นสนุกยังไม่สุด รู้สึกเหมือนเรียนไม่จบ จีบแล้วไม่ติด ผิดยังไม่แก้
เพราะทริปเล่นน้ำวี๊ดว๊ายที่วาดหวัง ดันมาถูกยั้งเพราะประจำเดือน
ตอนนี้ฉันกำลังโหยหาทริปสนุกครั้งใหม่ รอไว้แก้มือในครั้งนี้
ปล.
1. ไม่ค่อยได้ถ่ายรูป เพราะมึนหัว และหมดอารมณ์ยกกล้องเข้าๆ ออกๆ
2. ไม่ได้เล่าตอนที่นั่งเรือเข้าหมู่บ้านคนแอฟริกา ด้วยกลิ่นเหม็นน้ำมันเรือเราจึงใกล้อ้วกพุ่งเต็มที กะจะไปนั่งชิลๆ บนเรือ กลายเป็นว่าต้องภาวนาให้ครบรอบเร็วๆ มองไปข้างนอกเรือจะชมวิวสักหน่อยก็เจอเข้ากับหุ่นสัตว์แต่ละตัวที่น่ากลัวมิใช่น้อย เพื่อนบอกว่าถ้าเด็กที่มาเรือลำเดียวกับเราร้องไห้ก็ไม่ต้องสงสัยถึงสาเหตุเลย
พอกันทีกับเครื่องเล่นทั้งหลายแหล่ ฉันกับเพื่อนเราเห็นพ้องกันว่าบ่ายที่ร้อนตับแตกอย่างนี้เราจะไม่เอาก้นไปนาบเครื่องเล่นใดๆ อีก ถึงเวลาแล้วที่จะลงเล่นน้ำได้เสียที
น่าเสียดายแบบสุด ที่ฉันดันมีประจำเดือนช่วงนี้
มีเมื่อไหร่ไม่มี มามีตอนวันจองตั๋ว จองตอนเที่ยง ตอนเย็นมาเลย มันแกล้งกันชัดๆ
ฉันนั่งแห้งๆ บางครั้งก็ถ่ายรูปให้เพื่อน ส่วนใหญ่ฉันนอนเปื่อยอยู่ใกล้สระ ฉันถามตัวเองแทบทุกนาทีว่า "กุมาทัมอัลลัยที่นี่ว๊าาา" อากาศร้อน ร้อนจนฉันเริ่มเดือดดาลข้างใน เล่นน้ำก็ไม่ได้ ลมจะพัดก็ไม่มี นี่มันวันตากปลาหมึกแห้งแห่งชาติรึไงนะ
มองออกไปเหนือจากวิวทะเลเทียม ไกลๆ นั่น ฉันเห็นตึกคูหาสามชั้นอยู่อีกฝั่งถนน
แล้วก็มาคิดในใจว่าสวนสนุกก็ไม่ทำให้เราได้หลุดออกไปจากโลกความเป็นจริงซะทีเดียว
ตรงนี้ความฝัน...ตรงนั้นความจริง (แหม่ มาเป็นเจ้าบทเจ้ากลอน)
เล่นไปสักแป๊บนึ๊งเพื่อนก็ชวนฉันไปนั่งเครื่องล่องซุงแก้เบื่อ แต่ดูสภาพแล้ว ตอนซุงมันพุ่งลงสระน้ำยังไงๆ ก็เปียกแน่ไม่ต้องสงสัย ฉันเลยขอบาย และมานั่งเก็บภาพสวยๆ ให้เพื่อนใกล้ทางออกแทน
จบเกมส์เพื่อนก็เม้าท์ให้ฟัง
"หุ้ยคือมึง ตอนซุงมันขึ้นไปสูงๆ อะนะ กุเหลือบดูข้างล่าง เห็นซากซุงเก่าที่เค้าทิ้งแล้วมันกองอยู่ข้างล่างสยองมากมึง"
"อ่าว แต่เห็นเธอยิ้มแย้มดีนะ นึกว่าสนุก"
"โหยมึงข้างในซุงที่กุนั่งนะ เหม็นเยี่ยวสุด ไม่รู้มันหวาดเสียวเยี่ยวเล็ดหรืออะไร แต่รู้ว่ามึงรอถ่ายรูปกุก็ต้องยิ้มไง"
คิดว่าโชคดีขนาดไหนที่ฉันไม่ลงเล่นเครื่องนั้น
เพื่อนขอตัวไปเล่นสไลด์เดอร์อีกครั้ง ขณะที่ฟ้าเริ่มมืด และมีลมพัดแรง
ฉันเข้าใจละ ว่าทำไมมันร้อนอบอ้าว ตับแลบมาค่อนวันอย่างนี้
ฟ้าร้อง ท้องฟ้าดำ ลมแรง เม็ดฝนหยอดนิดหน่อย อะห๋อยย นี่มันเค้าพายุมาแล้วชัดๆ
ยังมีเวลาอีกจิ๊ดหนึ่ง เหลือเครื่องเล่นที่เราเก็บไว้ปิดท้ายอีกอย่างคือเครื่องที่นั่งห้อยแล้วมันจะเหวี่ยงเราไปตามรางเหมือนรถไฟเหาะ
บรรยากาศรอบตัวตอนนั้น ถึงแม้จะมีเวลา แต่ฟ้ามืดที่เคลื่อนมาไม่น่าไว้ใจเลย ฉันกับเพื่อนรีบวิ่งไปหมายจะต่อแถวเล่น ทั้งที่ความจริงฉันถอดใจตั้งแต่มองไม่เห็นใครอยู่สักคนแล้ว ฟ้ามืดยิ่งกว่าเดิม ลมแรงกว่าเก่า คนหายหมดเหลือแต่เรา เหมือนเราอยู่ในสวนสนุกร้างอย่างนั้น
แต่เพื่อนก็ไม่ถอดใจ พาฉันวิ่งไปถามเจ้าหน้าที่ว่ายังเล่นได้อยู่ไหม
"ตอนนี้เครื่องเล่นภาคสนามปิดให้บริการทุกเครื่องจนกว่าฝนจะหยุดตกครับ ต้องขออภัยด้วยนะครับ"
โอ้ เทวดา นางฟ้ามาโปรด ดีแค่ไหนที่ฉันไม่ต้องไปหวาดเสียวใจอยู่กลางอากาศ
เราวิ่งไปหลบฝนในโรงเครื่องเล่นเด็ก พร้อมกับฝนที่ตกหนักและเม็ดใหญ่มาก
ยังพอมีเครื่องเล่นบางเครื่องเปิดให้เล่นอยู่ เราไปนั่งแก้เบื่อกันนิดหน่อย แต่หลายรอบไม่ไหวเมาหัวเกิน
สรุปแล้ววันนี้เป็นวันเล่นสนุกยังไม่สุด รู้สึกเหมือนเรียนไม่จบ จีบแล้วไม่ติด ผิดยังไม่แก้
เพราะทริปเล่นน้ำวี๊ดว๊ายที่วาดหวัง ดันมาถูกยั้งเพราะประจำเดือน
ตอนนี้ฉันกำลังโหยหาทริปสนุกครั้งใหม่ รอไว้แก้มือในครั้งนี้
ปล.
1. ไม่ค่อยได้ถ่ายรูป เพราะมึนหัว และหมดอารมณ์ยกกล้องเข้าๆ ออกๆ
2. ไม่ได้เล่าตอนที่นั่งเรือเข้าหมู่บ้านคนแอฟริกา ด้วยกลิ่นเหม็นน้ำมันเรือเราจึงใกล้อ้วกพุ่งเต็มที กะจะไปนั่งชิลๆ บนเรือ กลายเป็นว่าต้องภาวนาให้ครบรอบเร็วๆ มองไปข้างนอกเรือจะชมวิวสักหน่อยก็เจอเข้ากับหุ่นสัตว์แต่ละตัวที่น่ากลัวมิใช่น้อย เพื่อนบอกว่าถ้าเด็กที่มาเรือลำเดียวกับเราร้องไห้ก็ไม่ต้องสงสัยถึงสาเหตุเลย