วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2562

ไปแอ่วบ้านริมคลอง ณ ลิตเติ้ลแบงคอค กับมิตรภาพนนทบุรีของฉัน 2

บ้านริมคลอง ณ ลิตเติ้ลแบงคอค [อาหารการกินและวัตถุดิบ]

เรามาถึงท่าเรือประมาณ 1 ทุ่ม นุ่นดูแลฉันดีมาตลอด หันมาถามบ่อยๆ ว่าฉันอยากอ้วกไหม เพราะก่อนหน้านี้ฉันเคยขึ้นเรือแล้วเวียนหัวจนเกือบแจกอาหารปลากลางเจ้าพระยามาแล้ว แต่วันนี้ได้นั่งใกล้คนขับมีลมปะทะหน้าตลอดเวลาจึงรู้สึกดีขึ้นกว่าวันก่อนและฉันก็ไม่เมาเรือเลย แต่หิวข้าวววว...

เย็นนี้คุณตาของนุ่นมารอรับเราเข้าบ้าน จากถนนใหญ่ที่รถกันวิ่งวุ่นวายพอรถเลี้ยวเข้าซอยบ้านนุ่นทุกอย่างก็เงียบสงบ สองข้างทางเป็นสวนคั่นด้วยบ้านเป็นระยะ ไม่มีไฟเพราะเป็นถนนส่วนบุคคลยังไม่ได้ยกให้เป็นถนนสาธารณะ ตอนเย็นหลังจากทำงานแล้วชาวสวนก็เข้าบ้านไม่ได้ออกไปไหน ความสว่างจึงไม่จำเป็นมากนักในตอนกลางคืน นุ่นเคยเล่าว่าทางเข้าบ้านเธอค่อนข้างมืดและลึก จนรถแท็กซี่ไม่กล้าเข้าไปส่งเพราะกลัวจะถูกชิงทรัพย์และนุ่นเองก็กลัวแท็กซี่ ต่างคนก็ต่างกลัวเลยต้องให้ที่บ้านออกมารับหน้าซอย

อาหารไทยมื้อแรกที่บ้านริมคลองบางกอกน้อย

พอเรามาถึงหลังจากเอาของเข้าไว้ในห้องแล้วนุ่นก็แนะนำให้ฉันรู้จักกับสมาชิกครอบครัวเธอคุณตา คุณย่า คุณแม่ คุณแม่ณีที่ดูแลนุ่นตั้งแต่ตัวเล็กๆ น้องชาย ลูกพี่ลูกน้อง และบรรดาลูกสมุนของเธออีก 5 ตัว หลังจากเอากระเป๋าเก็บเข้าห้องเรียบร้อยแล้วที่บ้านก็ต้อนรับเราด้วยอาหารมื้อใหญ่มีทั้งทะเลทอดกระเทียม ต้มยำกุ้งน้ำใส ปลาสลิดทอด หมูฝอย และเมนูผัดอีก 1 จาน กินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยมาก และฉันคิดได้ว่าเวลาเราไปกินข้าวกันนุ่นคงจะคิดถึงอาหารที่บริบูรณ์พร้อมกว่าที่บ้านของเธอ และแน่นอนว่าการไปเรียนต่อครั้งนี้เธอคงจะคิดถึงอาหารไทยจนน้ำตาไหลหลั่งแข่งกับคลองบางกอกน้อยแน่ๆ

นุ่นตักกุ้งใส่จานฉัน "กุ้งตัวโตสุดให้กาแฟ ให้คนเดียว ไม่แบ่งใคร" (เสียงอาม่าเลือดข้น คนจาง)

มื้อเช้าที่มีไก่ทอดเกลือ กุ้งนึ่ง ผัดหนวดมังกรเพิ่มเข้ามา บร๊ะ! ฉันล่ะอิ่มเอมมาก


มันกุ้งที่เราชอบเหมือนกัน จิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู๊ดสูตรเด็ดของแม่ณี 
ที่ฉันแนะนำให้นุ่นเอาสูตรนี้ไปทำขายเมืองนอก

ระหว่างที่เรากินข้าว คุณตาจิบน้ำยอดข้าวหมักยีสต์สีเหลืองดูชุ่มคอ ยายก็เล่าให้เราฟังว่าสมัยก่อนที่คลองบางกอกน้อยน้ำใสมากมีปลามีกุ้งตัวโตๆ เยอะแยะเต็มไปหมด เราสามารถตกกุ้งได้จากริมแม่น้ำแล้วเอามาปรุงอาหารได้เลย ยายกินมานานหลายสิบปีจนป่านนี้ก็เบื่อไปแล้ว ระหว่างที่ฟังยายเล่าฉันก็มองที่นิ้วมือเปื้อนมันกุ้งของนุ่นไปด้วยแล้วก็คิดว่าเราสองคนจะมีวันที่เบื่อกุ้งไหมนะ คิดเรื่องนี้แล้วก็ มองหาหนทางยากเย็นเหลือเกิน มันอร่อยนี่นา หอมด้วย

หลังจากรอก๋วยเตี๋ยวเรือเป็นนาน เป็นว่าวันนี้เขาไม่มา แม่ณีเลยผัดหมี่ให้เรากินเป็นอาหารกลางวัน
กินริมน้ำอร่อยมาก แม่ณีว่าคราวหลังจะขอเบอร์เขาไว้เราจะได้ไม่รอเก้อ

วัตถุดิบอาหารของบ้านนุ่นนอกจากจะซื้อมาจากตลาดสดหรือซุปเปอร์มาเก็ตใกล้บ้านแล้ว เธอก็ยังสามารถเดินช็อปรอบรัวบ้านได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นต้นมะม่วง ฝรั่ง กะเพรา มะม่วงหาวมะนาวโห่ ต้นกล้วย ฯลฯ ทุกอย่างมีเยอะไปหมดจนเอาไปฝากร้านขายของชำในหมู่บ้านได้ ฉันได้มีโอกาสเอาผลไม้ไปส่งร้านของชำครั้งหนึ่ง พอตอนกลับคนขายอาหารตามสั่งก็ตะโกนสั่งใบกะเพรากับนุ่น บ้านนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ

ฝรั่ง 2 ต้นที่หุ้มผลไว้อย่างดี

กล้วยและมะม่วงที่ตัดมาจากสวนของเธอ

ปิดท้ายด้วยภาพคืนแรก ที่บันไดศาลาบ้านริมน้ำคลองบางกอกน้อย
โพสต์ถัดไปพบกับการสำรวจบ้านคลองบางกอกน้อยที่ยืนยงมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5

ฉันไม่ชินกับการใส่สลิปเปอร์บนบ้านไม้ยิ่งนัก




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น