กลับเชียงใหม่ครั้งนี้
เป็นการกลับบ้านครั้งแรกหลังจากย้ายมาทำงานในกรุงเทพฯได้เดือนกว่า
จริงๆแล้วเราก็ปรับตัวได้กับกรุงเทพ การอยู่กินที่นี่ไม่ได้ยากเย็นนัก
และคนก็ไม่ได้ไร้น้ำใจต่อกันขนาดนั้น แต่ไม่ใช่บ้านก็ไม่ใช่บ้าน ชีวิตที่มีแต่ข้าวราดแกง อาหารตามสั่ง
และข้าวกล่องร้านสะดวกซื้อนั้นสุดแสนจะน่าเบื่อ
แถมยังต้องเดินอยู่ท่ามกลางมนุษย์หุ่นยนต์มดงานที่คอยมุดเข้ารูนั่น
ไปโผล่รูนี่
อันนี้แม้ว่าฉันสนุกที่มันสะดวก
แต่ยังไงก็ไม่หายคิดถึงเวลาลมพัดหน้าเมื่อซิ่งบนแมงกะไซต์อยู่ดี
ฉันคิดถึงทุกอย่างตั้งแต่เมล็ดที่เพาะในกระบะไปจนถึงเสียงนอนกรนของขวัญสุดา สองอาทิตย์ก่อนแม่บอกว่าขวัญเอาลูกมาอยู่ที่บ้านด้วย
แต่ชื่อก็ยังไม่มี ตั้งใจว่ากลับบ้านคราวนี้จะเอาชื่อดีๆไปฝากลูกของขวัญ
มาครั้งนี้จะบันทึกแบบไม่ใช่บันทึกประจำวันแต่เป็นบันทึกประจำตัว ตามคำแนะนำจากหนังสือ “นัก อยาก เขียน” ของคุณ ศุ บุญเลี้ยง ลองดูนะ
เริ่มกันที่...
วันนี้ตื่นแต่เช้า อันที่จริงนอนไม่หลับตั้งแต่เมื่อคืนมาแล้วหละ เพราะวันก่อนดันไปฝันว่าตกเครื่องไม่ได้กลับบ้าน แล้วจะไปหาตั๋วรถตั๋วเครื่องบินที่ไหนก็ไม่มี สุดท้ายเลยติดแหงกอยู่ที่กรุงเทพฯ ฝันร้าย ฝันร้ายจริงๆ
เมื่อยังไม่อยากให้ถึงวันที่ฝันกลายเป็นจริง ก็เลยรีบแจ้นออกหอแต่เช้าแล้วมานั่งง่วงที่สนามบิน เอาหน่า! ยังไงก็ดีกว่ามาวิ่งสี่คูณร้อยเข้าเกทแหละ(ปลอบใจตัวเอง)
อันนั้นตกเครื่องไม่ว่าแต่ถ้าแม่ด่าจะยิ่งกว่าสะเทือนไต
สุดท้ายนับรวมเวลาฉันรอนานกว่าถึง 2 ชั่วโมง กว่าจะได้ขึ้นเครื่อง
บทเรียนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "รีบมาแต่เช้าฉันใด ก็ต้องนั่งรอยาวไปๆ ฉันนั้น" ดีอย่างก็เสียอย่างจริงๆเลย
ด้วยความเพลีย ความหิว พอกลับถึงบ้านปุ๊บเลยนอนสลบไสลไม่ฝันอะไรสักอย่าง
แต่หลับได้สักชั่วโมงก็ต้องตื่นไปบ้านตายาย เพราะก่อนไปกทม.ไม่ได้ไปลาครั้งนี้กลับมาเลยต้องไปเยี่ยมสักหน่อย
บ้านแกรนด์แพเร้นท์ฉันอยู่ที่ลำพูน แม้จะอยู่คนละจังหวัดแต่เดินทางไม่ถึงชั่วโมงก็ถึง
ยังจำได้เลย เมื่อปิดเทอมตอนอยู่ประถมฉันได้มาอยู่บ้านลำพูนแค่สองครั้งเอง และครั้งล่าสุดคือฉันร้องไห้โทรไปฟ้องแม่เรื่องอยากกินคั่วแคกบ แต่ยายเอาแคบหมูมาทำแทน จากวันนั้นปิดเทอมฤดูร้อนของฉันก็เป็นอันสิ้นสุดลง แล้วก็ไม่ได้ไปนอนบ้านยายอีกเลย นังเด็กเรื่องมาก!!!
คืนนี้ไปฟังพระสวดศพคนใกล้บ้าน ที่วัดใกล้บ้าน
วันอาทิตย์ 18 กันยายน 2559
วันนี้ใจอยากจะตื่นเช้า แต่บรรยากาศก็พาไปฝนตกห่าใหญ่ตลอดคืน เลยมาตื่นเอาตอนเจ็ดโมง
ตามแผนแล้ววันนี้จะไปลั้นลาตามลิสต์ที่กางออกมาดู หมายมาดจะกากบาทให้ครบทุกข้อ
แต่...ฉันไม่รู้ควรจะไปเที่ยวยังไงให้เต็มอิ่มแบบล้นตาล้นใจ
ที่นั่นก็ดูเข้าที ที่นี่ก็ดูเข้าท่า แต่พายุก็ดันเข้ามา ทำแผนล่มไม่เป็นท่าเสียเลย
กลายเป็นว่าแทนที่จะได้หายใจให้ฉ่ำปอดบนยอดดอย ฉันต้องมานั่งเหงาหงอยดูทีวีย้อนหลัง
ก็ถ้าจะดูหยั่งงี้ดูที่ไหนก็ได้ป่าวว๊าาา...
และแน่นอนว่าโครงการเดินเบียดเนื้อหนังโอ้ปป้า เกาหลี ญี่ปุ่น ฮ่องกง ที่ถนนคนเดินของฉันเป็นอันต้องดับอนาถ ไม่เป็นไรปลอบใจไว้ว่าวันพระไม่ได้มีหนเดียว
แต่กรมอุตุบอกว่าพายุเข้าเจ้าต้องทำใจ 7 วันผ่านไปคงจะได้ลั้นลา
จบกิจกรรมวันอาทิตย์ปิดท้ายด้วยการไปนั่งฟังพระสวด เหมือนเดิม
วันจันทร์ 19 กันยายน 2559
วันนี้อากาศดี แม้จะอึมครึมแต่ก็ยังดีที่ฝนไม่ตก หลังจากไปช่วยแม่ที่ตลาดแล้วเลยรีบเข้าไปในเมือง
ยังไงวันนี้ก็ต้องขึ้นดอยให้ได้!!! มุ่งมั้น มุ่งมั่น
วันนี้ฟ้าฝนเป็นใจเลยได้กราบขอพรครูบาศรีวิชัย ก่อนแว๊นมอเตอร์ไซต์ขึ้นไปดอยสุเทพ
ขึ้นไปทุกครั้งก็พักจุดชมวิวทุกครั้ง ฉันเรียกที่นี่ว่า "เดอะพีค" (ล้อกับเดอะพีคของฮ่องกง)
พักไม่นานก็ขึ้นไปต่อจนถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพ
แล้วฉันก็บ้าพลัง ไม่มีทางที่ลิฟต์บริการจะได้แอ้มเงินจากฉันหรอก
เอ๊าเดินขึ้นบันไดสิจะขึ้นลิฟต์ทำไมให้เสียเหลี่ยมฉัน ทำเป็นพูดดีพอถึงขั้นสุดท้ายงี้แทบจะโทรเรียกรถมูลนิธิมารับร่าง
ขึ้นไปถึงวัดก็กราบขอพรกับพระท่าน แล้วท่านก็พรมน้ำมนต์
อาจเพราะไปคนเดียวเลยได้แบบหน๋ำ หน๋ำ เอาซะฉ่ำจนไหลจากกลางหัวสู่กลางหลัง
เสร็จแล้วเลยไปเดินชมวิวที่ลานวัดก่อนลงมาหลังมอ
วันนี้ดีหน่อยอย่างน้อยก็ได้กินของอร่อยที่ชอบสมัยเป็นนักศึกษา ทั้งก๋วยเตี๋ยวเรือตี๋น้อย ตามด้วยแพนเค้กโซฟูโต๊ะ
ตอนเย็นก่อนกลับแวะรับเพื่อนอีกคนหนึ่ง สำหรับค่ำคืนวันนี้อีเวนต์ฉันเหมือนเดิมแต่เปลี่ยนที่
ไปนั่งฟังพระสวดศพพ่อเพื่อน คบกันมาเป็นสิบปีบ้านเพื่อนมีที่ไหนยังไม่รู้ กว่าจะถึงก็หลงกันไปไกล เพราะโลเคชั่นที่แชร์ให้มันดันไม่ตรง
ด้วยความที่ไม่เจอกันนานเลยเมาท์มอยกันใหญ่ และมีครูประจำชั้นตอนมัธยมไปด้วยครูแล้วครูก็บังเอิญเจอกับลูกศิษย์เก่า คุยกันยาวเลยงี้
ค่ำคืนนี้เลยได้ใช้ทักษะภาษาตาคุยกัน ได้ความประมาณนี้
อ้อม : แฟ บอกครูสิว่าจะกลับแล้ว บอกดิ
แฟ : ก็ทำไมไม่บอกเองวะ
อ้อม : ก็ตาลมันบอก (หันลูกตาไปทางตาล)
ตาล : ก็มึงดูสิ มูนาจะหลับแล้วเนี่ย
มูนา : โอ้ย พรุ่งนี้เข้างานเจ็ดโมง TT_TT
แฟ : อ้อมบอกเลย หันไปบอกเลย
ทั้งหมดนี้ไม่มีเสียง ส่งกันด้วยตาและคิ้วล้วนๆ
จบค่ำคืนนี้ด้วยความเพลีย มูนาไม่ไหวทิ้งรถไว้ที่บ้านเราแล้วให้เพื่อนไปส่งกลับบ้าน บอกตอนเช้าจะมาเอารถ
วันอังคารที่ 20 กันยายน 2559
วันนี้ต้องซื้อของฝาก เลยจะไปกาดหลวงกับกระทรวงการคลังประจำบ้าน (พระมารดา)
ฉันได้ของฝากตามที่ต้องการ ทั้งหมูฝอย น้ำพริกหนุ่ม รถด่วน แถมกระเป๋าฟรุ้งฟริ้งใส่ของอีก
แต่มีอย่างหนึ่งที่สังเกตได้และทำให้ฉันผิดหวัง คือร้านของฝากทุกร้านของที่ขายเหมือนจะรับมาจากเจ้าเดียวกันหมดเลย คือมันเลยไม่มีอะไรเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละร้าน ราคาเท่ากัน ของเหมือนกัน น้ำพริกหนุ่มก็มาจากครกเดียวกันมั๊ง แหนมก็มาจากเครื่องโม่เดียวกัน แคบหมูก็คนทอดคนเดียวกัน ผลไม้ดองก็คงมาจากไหเดียวกัน พวกอบแห้งก็คงใช้เครื่องอบเครื่องเดียวกัน
นี่มันอะไรกันนะ เหมือนซื้อหวยแล้วเขาล๊อคเลข
ซื้อของเหมือนมีให้เลือกหลาย แต่ไม่มีความหลากหลายให้เลือก
ฉันเป็นผู้บริโภคที่ด้อยโอกาสในการเลือกซื้อสินค้า (ไม่มีความหลากหลายของผู้ผลิต) เซ็งสวดๆ แต่ก็นะทำใจ หวังว่ามันจะเปลี่ยนไปไม่วันใดก็วันหนึ่ง
กลับมาบ้านพร้อมทั้งเตรียมข้าวของอพยพกลับเมืองกรุง พะรุงพะรัง
ก่อนกลับฝนตกหนัก อาจเพราะเชียงใหม่อยากให้ฉันอยู่ต่อ เลยต้องให้รอไปอีก 40 นาที
ฉันอมยิ้มเพราะคิดถึงเพื่อนที่ตกเครื่องไม่ทันได้กลับบ้าน แต่ก็ยังหัวเราะและพูดว่า
"เห็นมั๊ย เมืองไทยอยากให้เราอยู่ต่อ ยังไม่อยากให้เรากลับ"
ที่อยากให้อยู่ต่อคงไม่ใช่เมืองไทย แต่เป็นใครคนที่ฟังเธอมากว่า
ปล. ในระหว่างที่เขียนบล๊อกอยู่นั้น ก็มีมือดี (ไม่สิต้องเรียกว่า"มือบอน") มาแอบพิมพ์ลงบนแบบร่างของฉัน และฉันจะไม่ลบ เก็บไว้เป็นหลักฐานให้ลูกหลานเธอดู ว่าร้ายกาจขนาดไหน สตี๊ฟ!!!
ฉันกำลังจะกลายเป็นหญิงเมืองกรุงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ย้ายพื้นที่จะที่ราบสูงภาคเหนือมาอยู่ระดับพื้น
พื้นที่ภานนอกที่แน่นขนัดไปด้วยผู้คน
เบียดเสียดเกยไหล่กันในตัวหนอนที่คุ้นเคยแบบไม่เต็มใจ
ภายนอกฉันไปตามกระแสคนที่หลั่งไหล
แต่ภายในฉันต่อต้านแบบสุด
อาจจะเป็นภายในที่เรียกร้องเมืองกรุง
ฉันยืนดึงขนคิ้วอย่างไม่ตั้งใจในเวลาทำงาน
มันอาจทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นแบบไม่รู้ตัว
จะรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่มีคนทัก
หลายคนไม่รู้นะว่าฉันมีความสามารถพิเศษในการทำคลอดแมว
แมวบางตัวฉันได้สัมผัสมันก่อนที่แม่มันจะเลียขนของมันอีก
ถ้าฉันเลียขนมันได้ ฉันจะทำก่อนแม่แมว
นั่งคือที่ฉันตั้งใจมาตั้งแต่ฉันรู้ว่าฉันมีความสามารถพิเศษแบบนี้
ไม่น่าเล่าเรื่องทำคลอดแมวให้มันฟังเลย






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น