วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2559

หากว่าย้อนเวลากลับไปได้...


มีคนไปตั้งคำถามในพันทิปว่า 

"ถ้าหากคุณมีเวลา 30 วิ โทรศัพท์บอกกับตัวเองเมื่อ 5 ปีที่แล้ว คุณจะบอกอะไร"

เลื่อนลงไปอ่านะคอมเม้นต์  ส่วนใหญ่ที่คนจะทำก็คือกลับไปแก้ไขในสิ่งที่รู้ว่าจะต้องสูญเสียไป  หรือบอกตัวเองให้เตรียมตัวกับบางอย่างที่จะเกิดขึ้นกระทันหัน  และบางคนก็สายฮามาแนวบอกเลข กะเป็นเศรษฐีเสี้ยวนาทีเดียว  หรือแกล้งเป็นเสียงคนโรคจิตโทรไปป่วนตัวเองในอดีต  (นี่ก็ไอเดียดี มีความหลอน 555)

"หลายครั้งที่ฉันบอกคนอื่นว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้ฉันจะ..."

แล้วฉันก็กลับมาคิด...ฉันจะบอกอะไรให้ตัวเองเมื่อ 5 ปีที่แล้ว
จะว่าไป 5 ปีก่อน มันเป็นช่วงเวลาที่ฉันกลับไปแก้ไขอะไรได้หลายอย่างได้เลยนะ


ฉันจะบอกให้เด็กคนนั้นเปลี่ยนใจเลือกคณะใหม่หรือ

ฉันจะบอกให้เด็กคนนั้นเปลี่ยนใจเลือกมหาวิทยาลัยใหม่หรือ

ฉันจะบอกให้เด็กคนนั้นเรียนภาษาอะไรหรือ

ฉันจะบอกให้เด็กคนนั้นเตรียมตัวอะไรหรือ

ฉันจะบอกให้เด็กคนนั้นพูดอะไรหรือ


แล้วถ้าโทรไปบอก ตัวฉันตอนนั้น (บ้าพลังขนาดนั้น) จะยอมทำตามคนที่แวะมาบอกแค่ไม่ถึงนาทีเหรอ
เสี่ยงที่จะโดนตัวเองคิดว่า 

"นี่มันคนบ้าที่ไหนโทรมาป่วนหละเนี่ย  เสียเวลาฝึกทำข้อสอบเข้ามหาลัยชะมัดเลย"




แล้วฉันก็ลองมาคิดเล่นๆ  สมมตินะ สมมติ

เกิดฉันเปลี่ยนสาขาที่เรียนในวันนั้นเมื่อ 5 ปีก่อน ไปเรียนอย่างอื่น

แล้วฉันจะเรียนอะไรนะ  

เพื่อนของฉันจะเป็นแบบไหนนะ

ฉันจะใช้ชีวิตแบบไหนนะ

ฉันจะทำงานอะไรนะ

ทั้งหมดอาจจะดีขึ้น  เลวลง  ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ผลมันต้องต่างออกไปจากตอนนี้แน่

ฉันคงไม่ได้เจอเพื่อนอีกหลายคน หรือถ้าจะเจอเราจะได้เจอกันแบบไหน ก็ไม่รู้

ฉันคงไม่ได้ทำอะไรหลายๆอย่างที่ หลายคนไม่มีโอกาสได้ทำ

ฉันคงไม่ได้เจอกับเหตุการณ์ที่น่าประทับใจ และเหตุการณ์เสียใจที่มันต้องเกิดขึ้น

และทั้งหมด จะประกอบกันเพื่อให้ฉันกลายเป็นอีกคน  คิดอีกแบบ ใช้ชีวิตอีกอย่าง


ย้อนไปถึง...ในช่วงที่ใกล้จะเรียนจบเป็นช่วงที่ทรมานใจหนัก  ฉันได้สูญเสียความเชื่อมั่น ความศรัทธา ในตัวเองไปจนเกือบหมด  คิดจนว่าอยากหายไป อยากจบปัญหาแบบง่ายๆ หนีไปเสียให้พ้น แต่ก็ทำไม่ได้ เหมือนยังต้องผูกติดกับมัน ต่อให้หนีไกลเท่าไร ก็ยังหลอนในใจ จะอยู่ตรงไหนก็ไม่ได้เลย

แต่ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ฉันได้เรียนรู้ว่าในเวลาที่ชีวิตต้องเผชิญกับเรื่องหนัก มันเป็นช่วงเวลาที่ค่อยๆเจียระไนใจที่มีค่าให้ส่องมากระทบแก้วตาฉัน  ฉันได้รู้จักคนที่สอนให้ฉันต่อสู้กับปัญหา  คนที่สอนให้เห็นด้านดีของสิ่งที่เกิดขึ้น  คนที่ทำให้ฉันเรียนรู้ถึงความต่าง คนที่สอนให้ฉันเห็นความสวยงามที่ยังมีอยู่บนโลก  และคนที่เชื่อมั่นในตัวฉัน แม้ตอนนั้นฉันจะไม่เหลือความศรัทธาในตัวเองเลย

ถ้าฉันย้อนเวลากลับไป  ฉันกลัวในใจว่าจะไม่พบกันอีก

สิ่งใดที่เกิดขึ้น ก็เกิดเพราะมีปัจจัยสมบูรณ์พร้อม...ถูกคน ถูกที่ ถูกเวลา ถูกสถานการณ์
จะขาดอันใดไปเพียงอันเดียว ไปดันให้มันเกิดยังไง ให้ตายก็ไม่เกิด
และเมื่อปัจจัยครบแล้ว จะห้าม จะหยุดอย่างไรให้ตายก็หยุดไม่ได้

ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นก็ล้วนแต่ได้เกิดขึ้นเพราะสมบูรณ์พร้อมแล้วซึ่งปัจจัยที่จะเกิด 

มาถึงตรงนี้  (เหมือนเมื่อกี้แว๊บไปเข้าธรรมะ)


ยกหูโทรศัพท์ขึ้น...ตู๊ด..ตู๊ด..ตู๊ดดด...

"ฮัลโล่  สวัสดีเจ้า..."

"...สวัสดีน้องกาแฟ  น้องกำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยใช่ไหม ขอให้ตั้งใจ และไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม จงเชื่อมั่นว่าเราทำมันได้ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้เยอะๆเข้าไว้ สิ่งที่น้องตัดสินใจมันดีเสมอต่อตัวน้องเอง  และวันหนึ่งสิ่งที่เราทำมันจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครอีกหลายคนนะรู้ไหม"

ประโยคสุดท้ายหยั่งกับเป็นดารา


บทสรุป

สำหรับฉัน : ฉันจะไม่เปลี่ยนอดีต แต่ฉันจะทำให้เด็กคนนั้นมันบ้าบิ่นมากขึ้น 555 เข้าท่าดี ในเมื่อสิ่งที่ฉันได้ผ่านมามันทำให้เห็นคุณค่าของสิ่งที่มีในปัจจุบัน  ฉันจะไม่กลับไปเปลี่ยนเพื่อเสียอะไรไป  

สำหรับเธอ : เธอเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ฉันไม่กลับไปเปลี่ยนอดีตนะ  เพราะนอกจากเธอแล้วฉันก็ไม่มีเพื่อนที่สูง 182 cm. เลย



"นี่ก็จริง นี่ไม่ใช่ฝัน ตอนนี้ก็เกิดขึ้นจริงๆ"

ถ้าเปลี่ยนแปลงอดีตไป...ฉันคงไม่ได้ยินประโยคนี้




อ้างอิง : กระทู้  http://pantip.com/topic/35258986

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น