วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เหมยลี่พาเที่ยว...ท้องฟ้าจำลอง แบบส่วนตัว (ส่วนตัวฉันคนเดียวไม่เกี่ยวใคร)


วันนี้ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับคำถามว่า...ไปไหนดี?

     คำถามง่าย ๆ ถามไม่ยาก แต่ตอบยาก ยิ่งนับเงินในกระเป๋าดูแล้ว...นอกจากจะไม่ช่วยอะไร เงินก็ทำให้ตอบยากขึ้นมาอีก 50%

        มากทม.รอบนี้รู้สึกว่าตัวเองอยู่ไม่ติดบ้าน จริงแล้วไม่อยากเรียกว่าบ้านเลย นึกภาพห้องสี่เหลี่ยมที่มีเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า โต๊ะ เก้าอี้ ระเบียง และห้องน้ำ โอ้วชีวิตหนูกล่อง

        จากคนที่เคยอยู่บ้านที่แยกเป็นห้องโน้นห้องนี้ดีๆ แล้วเอาตัวเองมาอยู่ในกล่องสี่เหลี่ยมอย่างนี้ก็เป็นธรรมดาที่จะเบื่อเอาง่ายๆ ...เฮ้ออออ  

       การตะลอนไปเที่ยวข้างนอกก็ทำให้หายเบื่อได้ อย่างน้อยก็ดีกว่าที่ฉันหมกอยู่ในกล่องขาวๆนั่นคนเดียว ยิ่งตอนกลางวันแดดสาดแสงแรงจ้าเหมือนกับอยู่ในเตาอบไฟฟ้ายังไงหยั่งงั้นเลย

         คิดเองว่าถ้าเราเป็นคน กทม.จริงๆ ฉันจะไปเที่ยวไหนในวันว่างขนาดนี้ (ถ้าไม่นอนทั้งวัน) หลายคนคงเลือกเดินห้าง ไม่ร้อน เดินสบายๆ เพราะกรุงเทพฯ มีห้างสรรพสินค้าให้เลือกเที่ยวเยอะกว่าแถวบ้านมาก  ทั้งห้างหรูหรา ไฮโซ ไปจนถึง ช๊อปปิ้งสโตร์เล็กๆที่น่าเดิน (คล้าย star evernue ที่บ้าน)...ห้างที่นี่ผุดขึ้นเยอะอย่างกับดอกเห็ด

       เช้านี้ฉันเริ่มต้นด้วยการไปเดินเล่นใน "เอ็มควอเทีย" ไม่รู้หรอกว่าต้องไปทำไม แต่วันนั้นสะใภ้เพื่อนยากนางมาเดินเล่นที่นี่กับ "เขา" ฉันเลยสงสัยว่ามันมีอะไรดีนะ  แล้วลองเอาชื่อไปหาใน google 

ป๊าดดด...อ่านดูมันก็มีอะไรแปลกๆเยอะดีแฮะ  สมัยนี้ห้างร้านแข่งกันมากขึ้น  ถ้าเราเข้าไปข้างในแล้วเจอร้านที่คุ้นตาแต่แค่เปลี่ยนห้างก็คงทำให้รู้สึกว่าจะเดินห้างไหนก็คงไม่ต่างกันนัก  ห้างใหม่ๆสมัยนี้เลยต้องแข่งกันว่า...
               
ฉันมีร้านที่คนอื่นไม่มีนะ 
                     
                       ฉันออกแบบเหมือนเธอเดินในป่าดงดิบได้เชียวหละ

                                                       ฉันมีภัตตาคารไฮโซหม้อชาบูเคลือบทองนะจ๊ะ

          การมีห้างสรรพสินค้าเกิดขึ้นมาเยอะๆอย่างนี้ น่าจะทำให้เราเข้าใจได้ไม่ยากว่า สภาพเศรษฐกิจของบ้านเมืองในเวลานั้นๆ เป็นอย่างไร เจริญขึ้นมากขนาดไหน มีนักลงทุนพุงพลุ้ยแห่เข้ามาทำธุรกิจมากเท่าไหร่  
         
          แต่น่าเสียดายที่ส่วนใหญ่มันเกิดขึ้นใจกลางเมืองใหญ่มากกว่าเมืองรองอื่นๆ  ขนาดออกไปรอบนอกของ กทม. เอง บางครั้งก็เหมือนกำลังอยู่ต่างจังหวัดไปซะอย่างนั้น






(ไม่มีภาพประกอบ ก็ฉันชอบหุ่นนี้)


        การเดินห้างวันนี้คงไม่ถูกจริตกับกระเป๋าเงินฉันสักเท่าไหร่  เดินเหมือนคนเดินเบื่อๆ แถมดันหาทางออกไม่เจออีก สุดท้ายพอออกมาได้เลยเดินกลับมาที่ ฺBTS เหมือนเดิม...

        อยู่ BTS แล้วจะเที่ยวไหนดีน๊า....ไม่มีที่ไป


แต่เอ๊ะ!!  BTS มันก็คือ...รถไฟฟ้ามาหานะเธอ...นี่นา

        หนังรักประจำหัวใจของกาแฟ...มีฉากหนึ่งที่คุณครูเอานักเรียนขึ้น BTS  ไปเที่ยวท้องฟ้าจำลอง  และที่นั่นก็เป็นเดทแรกของคุณลุงกับเหมยลี่  คิดออกแล้ว!!!  ฉันจะไปตามหาคุณลุงของฉันบ้างหละ  ขอเป็นเหมยลี่สักวันเถอะนะ  มันต้องใกล้ BTS แน่ๆถ้าในหนังมันเป็นแบบนั้น...


      มดสามตัว!!!  (แอ่น แอน แอ้นนนนนนน...)   มุกบาท สองบาท ก็เอามาเล่นอยู่เน๊อะ...



        ในวันที่ฝนโปรยปราย...มือฉันก็จับร่มลายอุนตร้าแมนเดินเข้าไปตามหาคุณลุงในท้องฟ้าจำลอง


     "ยี่สิบบาทคะ"  เสียงคุณป้าเจ้าหน้าที่ผ่านไมโครโฟนออกมา 

     ทำให้ฉันรีบเปิดกระเป๋าตังค์เอาเงินยื่นไปในช่องเล็กที่มีขนาดพอสอดมือเท่านั้น  พอยื่นมือเข้าไปฉันก็รู้สึกถึงความเย็นจากเครื่องปรับอากาศข้างใน  ในวันฝนตกเช่นนี้เป็นธรรมดาที่พวกห้องกระจก จะต้องเปิดเครื่องปรับอากาศให้อุณหภูมิเย็นลงกว่าข้างนอกเพื่อกันไม่ให้ไอน้ำที่มีในห้องไปรวมกันเกาะเป็นฝ้าที่กระจก  เซเว่นก็เหมือนกัน

  "วันนี้ไม่มีบรรยายท้องฟ้าจำลองนะค่ะ"  เสียงของคุณป้าบอกเพิ่มหลังจากฉันรับตั๋วไว้ในมือ  

        อ่าว! งั้นฉันก็ไม่ได้เป็นเหมยลี่นอนดูดาวข้างๆคุณลุงสิ  ฉันผิดหวังนิดหน่อย จริงๆฉันไม่ได้ชอบดูดาว อาจเพราะฉันดูไม่รู้เรื่อง มองไม่ออกว่าเป็นรูปนั้นรูปนี้ได้ยังไง  แล้วคนคิดที่เชื่อมดาวแต่ละดวงออกมาเป็นรูปจักรราศีต่างๆนั้น เขาต้องใช้จินตนาการมากมายขนาดไหน  แต่เมื่อมาถึงท้องฟ้าจำลองทั้งทีฉันก็อยากให้คุ้มสักหน่อย  แต่ไม่เป็นไรยังไงครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกอยู่แล้วอาจมีอะไรตื่นเต้นมากกว่าที่คิดไว้



        เข้ามาตอนแรกก็เจอนี่...เรียกว่าเครื่องอะไรไม่รู้ วิธีการเล่นคือให้เอาลูกเหล็กไหลไปตามด่านต่างๆ มีอยู่สิบกว่าด่านน่าจะได้...ตอนแรกก็งงๆ ไม่รู้ว่ามันต้องดึงต้องผลักตรงไหนถึงจะไป ต้องขอบคุณลุงที่นั่งเมาท์มอยข้างๆ มาช่วยสอนเล่น จะว่าไปเครื่องนี้มันน่าจะนานมากแล้วจนฝืด ไม่ก็ถูกเล่นมาอย่างสาหัสสากรรจ์

      ความเห็นส่วนตัวนะ...ฉันว่าน่าจะทำให้มันดูมีสีสันแสบทรวงกว่านี้หน่อย  ตอนแรกเดินเข้ามาเห็นถ้าลุงคนนั้นไม่มาสอนเล่นฉันก็นึกว่าเครื่องพัง!!!


     มันดูเหมือนเครื่องที่เอาไว้ทรมานนักโทษยังไงยังงั้นเลย...สยองไปนะ

     เดินมาอีกหน่อยเจอจุดเกือบพีคของวันนี้ละ...


     ฉากหนึ่งที่ยังจำได้ดีคือเหมยลี่หาบ้านตัวเองจากแผนที่กรุงเทพนี้ 

     อ่าหหหห์...บ้านฉันอยู่ไหนน๊า  

                                     อยู่ตรงไหนน๊าาา

                                                    นี่ไงเจอแล้ว!!!   

          ถ้าเกิดฉันพาคนในคอนโดสักสองสามร้อยคนมาเที่ยวท้องฟ้าจำลอง  ทุกคนก็คงชี้นิ้วไปที่จุดเดียวกันแล้วตะโกนว่า...
"นี่ไง...เจอบ้านเราแล้ว!!!"


        ก็ข้างห้องของฉันคือบ้านของอีกสองครอบครัวเล็กๆ บนเพดานฉันก็มีอีกครอบครัว ข้างล่างก็มีอีกครอบครัว  แน่นอนว่าห้องตรงข้ามก็มีอีกครอบครัว  แค่อาคารเดียวก็อยู่กันเป็นร้อยครอบครัวละมั๊ง




เวลาไปเที่ยวไหนอย่างหนึ่งที่เซ็งมากคือ... 
       
              เจอพร๊อปประกอบที่ถูกใจแต่ทำอะไรไม่ได้!!!  
     ไม่มีแม้แต่คนแปลกหน้า หรือคนหน้าแปลกที่จะขอไหว้วานให้เป็นตากล้อง  จนต้องร้องเพลงในใจเบาๆว่า

         "ไม่เคยจะมีใครเดินมาทางนี้...นี่ฉันรออะไรอยู่เหรอ"...ฉันก็ทันอยู่น๊าา 321 อัลบัมแรก

        สงสัยจะต้องเอาไปให้เพจ "ช่วยตัดต่อรูปนี้ให้หน่อย" เอาหน้าฉันไปแปะตรงวงกระจกนั้น
        เผื่อจะได้เป็นนางเอกหนังที่ไปติดอยู่บนดาวอังคาร (แม้ว่าเรื่องนี้จริงๆแล้วจะไม่มีนางเอกเลย...ฉันนี่แหละจะเป็นคนประเดิมให้)



        แอ๊ดแอ่ (^++++^)  จากภาพมันเป็นการจำลองสภาพไร้น้ำหนักใครอยากลองก็จะต้องใส่ชุดหมี สวมหมวกกันกระแทก ถุงมือ ถุงเท้า ใส่มาหมด เหมือนกับพนักงานดับเพลิง แล้วเราจะได้ดิ่งพสุธาให้เสียวซ่าหัวใจ ความสูงที่เราจะกระโดดลงมาคือ 7 เมตร มองจากข้างล่างขึ้นไปมันก็ไม่ได้สูงเท่าไหร่นี่ ฉันขอลองบ้างสิ  ระหว่างเดินขึ้นบันไดวนไปทีละชั้น ๆ เจ้าหน้าที่ปล่อยตัวก็จะแนะนำให้เราว่าต้องจับราวยังไง เอามือไว้ตรงไหนเมื่อปล่อยตัวแล้ว หลังจากปล่อยมือก็จะได้สัมผัสกับวินาทีแห่งความเสียวหัวใจที่ไม่เคยได้พบที่ไหนมาก่อน...เอาหละ

                             ชั้น 1     .........................ตึ๊ก...........ตึ๊ก..................

                             ชั้น 4             .........ตึ๊ก.............ตึ๊ก.............ตึ๊ก.............ตึ๊ก..........

                             ชั้น 6                  .....ตึ๊ก.....ตึ๊ก......ตึ๊ก........ตึ๊ก.........ตึ๊ก........ตึ๊ก..........ตึ๊ก....
                            
                             ชั้น 7               ....ตึ๊กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


      ตายหละว้า!!!!  ทำไมแข้งขามันสั่นไปหมด  มือไม้จับบาร์ไม่แน่นเลย หวายยยยยย

              "พี่ค่ะๆ  อย่าพึ่งปล่อยตัวหนูนะ เดี๋ยวๆ แพพๆ ตายๆๆๆๆ  ทำไมมันสูงขนาดนี้"

                       "เดี๋ยว!!!  พี่จับหนูก๊อนน....น"


        ให้ตายเถอะโรบิ้น!!!!   ทำไมเมื่อกี้รู้สึกว่ามันไม่ได้สูงขนาดนี้นะ  ความสูงมันเพิ่มขึ้นรึเปล่าวะ...  แล้วถ้าเยี่ยวแตกนี่อายไปทั้งบางแน่เลยตรู  เปลี่ยนใจทันไหม  พ่อแก้ว แม่แก้วลูกขอเปลียนได้ไหมเจ้าคะ???

      
        มาถึงจุดนี้...มองลงไปข้างล่างโอ๋ยยย...  มันทำให้ฉันคิดถึงคนที่ขอลาออกจากโลกมนุษย์โดยวิธีโหม่งพสุธา  ขอซูฮกยกนิ้วให้ว่าช่างเป็นพวกที่เด็ดเดี่ยวจริงๆ  ฉันเคยอ่านหรือได้ยินได้ฟังมาจากไหนสักที่ว่า คนที่เลือกลาโลกด้วยวิธีกระโดดตึกฆ่าตัวตายนั้น สมมติให้ตึกมี 80 ชั้น ช่วงเวลาที่ทิ้งตัวลงมาก่อนจะถึงชั้น 50  มันจะเหมือนกับว่าเวลาช่างยาวนานเหลือเกิน  นานพอที่จะคิดได้ว่า ยังมีใครที่รอเราอยู่ และยังเหลือสิ่งไหนที่อยากทำแต่ไม่ได้ทำ  คิดถึงช่วงเวลาที่จดจำได้  จากนั้นจะเริ่มคิดได้ว่า "เอ๊ะ แล้วกรูจะมาโดดตึกหาพระแสงอะไรเนี่ย" เมื่อถึงชั้น 30 ก็จะเริ่มกระเสือกกระสนหาทางเอาตัวรอด  แต่นั้นก็สายไปเสียแล้ว  ไหนๆก็โดดลงมาแล้วแรงโน้มถ่วงของโลกไม่เคยทำให้ท่านผิดหวัง...ฟิ้วววว ตุ๊บ!!!

   ลาก่อยยยยย.........ย


        สุดท้าย...เพื่อความปลอดภัย และกางเกงในจะไม่เปียกฉี่ ฉันขอไม่โดดดีกว่า ทั้งที่ในใจจะแบ่งเป็นสองพวกพวกหนึ่งก็บอกว่า "กาแฟ นี่มาถึงที่ ใส่ชุดใส่อะไรพร้อมจะมาป๊อดอะไรตอนนี้ว๊าา  ไม่ได้มาโดดทุกวันนะเฮ้ย  เอาเลยมันแว๊บเดียว ให้มันจบๆไป"  อีกใจหนึ่งก็เถียงคอเป็นเอ็นว่า "นี่มันไม่ใช่สภาวะไร้น้ำหนักแล้วววว  นี่มันสภาวะหมดอาลัยตายอยากชัดๆ เหมือนกับจะมาดิ่งพสุธาโหม่งโลก  ฉันจะไม่เอาชีวิตมาทิ้งไว้กับ 7 เมตรนี้แน่ๆ" ชีวิตมันก็ไม่ต้องขนาด "ไม่มีลิมิตชีวิตเกินร้อย" ไปทุกเรื่องก็ได้

    กลับออกมาจากท้องฟ้าจำลองวันนี้ฉันความรู้สึกที่มีต่อโลกก็ได้เปลี่ยนไป  ขนาดที่เจอกับรีน่ายังต้องบอกว่า  "รีน่า ไม่ว่าเธอจะเครียด เพลีย เหนื่อยเรื่องใดๆในชีวิตก็ตาม และกำลังจะคิดสั้น ฉันขอให้เธอไปลง BTS เอกมัย อดใจเดินไปอีกนิดที่ท้องฟ้าจำลอง แล้วไปโดด 7 เมตรนั่น  แล้วปัญหาที่รุมเร้าเธอจะมลายหายไปพริ๊บตา เชื่อฉัน!!!"


(ฉันง่วงนอน...ตอนบ่ายคนเราต้องนอนพักกันบ้าง ลาก่อยยยย)
       






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น