วันนี้ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับคำถามว่า...ไปไหนดี?
คำถามง่าย ๆ ถามไม่ยาก แต่ตอบยาก ยิ่งนับเงินในกระเป๋าดูแล้ว...นอกจากจะไม่ช่วยอะไร เงินก็ทำให้ตอบยากขึ้นมาอีก 50%
มากทม.รอบนี้รู้สึกว่าตัวเองอยู่ไม่ติดบ้าน จริงแล้วไม่อยากเรียกว่าบ้านเลย นึกภาพห้องสี่เหลี่ยมที่มีเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า โต๊ะ เก้าอี้ ระเบียง และห้องน้ำ โอ้วชีวิตหนูกล่อง
จากคนที่เคยอยู่บ้านที่แยกเป็นห้องโน้นห้องนี้ดีๆ แล้วเอาตัวเองมาอยู่ในกล่องสี่เหลี่ยมอย่างนี้ก็เป็นธรรมดาที่จะเบื่อเอาง่ายๆ ...เฮ้ออออ
การตะลอนไปเที่ยวข้างนอกก็ทำให้หายเบื่อได้ อย่างน้อยก็ดีกว่าที่ฉันหมกอยู่ในกล่องขาวๆนั่นคนเดียว ยิ่งตอนกลางวันแดดสาดแสงแรงจ้าเหมือนกับอยู่ในเตาอบไฟฟ้ายังไงหยั่งงั้นเลย
คิดเองว่าถ้าเราเป็นคน กทม.จริงๆ ฉันจะไปเที่ยวไหนในวันว่างขนาดนี้ (ถ้าไม่นอนทั้งวัน) หลายคนคงเลือกเดินห้าง ไม่ร้อน เดินสบายๆ เพราะกรุงเทพฯ มีห้างสรรพสินค้าให้เลือกเที่ยวเยอะกว่าแถวบ้านมาก ทั้งห้างหรูหรา ไฮโซ ไปจนถึง ช๊อปปิ้งสโตร์เล็กๆที่น่าเดิน (คล้าย star evernue ที่บ้าน)...ห้างที่นี่ผุดขึ้นเยอะอย่างกับดอกเห็ด
เช้านี้ฉันเริ่มต้นด้วยการไปเดินเล่นใน "เอ็มควอเทีย" ไม่รู้หรอกว่าต้องไปทำไม แต่วันนั้นสะใภ้เพื่อนยากนางมาเดินเล่นที่นี่กับ "เขา" ฉันเลยสงสัยว่ามันมีอะไรดีนะ แล้วลองเอาชื่อไปหาใน google
ป๊าดดด...อ่านดูมันก็มีอะไรแปลกๆเยอะดีแฮะ สมัยนี้ห้างร้านแข่งกันมากขึ้น ถ้าเราเข้าไปข้างในแล้วเจอร้านที่คุ้นตาแต่แค่เปลี่ยนห้างก็คงทำให้รู้สึกว่าจะเดินห้างไหนก็คงไม่ต่างกันนัก ห้างใหม่ๆสมัยนี้เลยต้องแข่งกันว่า...
ฉันมีร้านที่คนอื่นไม่มีนะ
ฉันออกแบบเหมือนเธอเดินในป่าดงดิบได้เชียวหละ
ฉันมีภัตตาคารไฮโซหม้อชาบูเคลือบทองนะจ๊ะ
การมีห้างสรรพสินค้าเกิดขึ้นมาเยอะๆอย่างนี้ น่าจะทำให้เราเข้าใจได้ไม่ยากว่า สภาพเศรษฐกิจของบ้านเมืองในเวลานั้นๆ เป็นอย่างไร เจริญขึ้นมากขนาดไหน มีนักลงทุนพุงพลุ้ยแห่เข้ามาทำธุรกิจมากเท่าไหร่
แต่น่าเสียดายที่ส่วนใหญ่มันเกิดขึ้นใจกลางเมืองใหญ่มากกว่าเมืองรองอื่นๆ ขนาดออกไปรอบนอกของ กทม. เอง บางครั้งก็เหมือนกำลังอยู่ต่างจังหวัดไปซะอย่างนั้น
(ไม่มีภาพประกอบ ก็ฉันชอบหุ่นนี้)
การเดินห้างวันนี้คงไม่ถูกจริตกับกระเป๋าเงินฉันสักเท่าไหร่ เดินเหมือนคนเดินเบื่อๆ แถมดันหาทางออกไม่เจออีก สุดท้ายพอออกมาได้เลยเดินกลับมาที่ ฺBTS เหมือนเดิม...
อยู่ BTS แล้วจะเที่ยวไหนดีน๊า....ไม่มีที่ไป
แต่เอ๊ะ!! BTS มันก็คือ...รถไฟฟ้ามาหานะเธอ...นี่นา
หนังรักประจำหัวใจของกาแฟ...มีฉากหนึ่งที่คุณครูเอานักเรียนขึ้น BTS ไปเที่ยวท้องฟ้าจำลอง และที่นั่นก็เป็นเดทแรกของคุณลุงกับเหมยลี่ คิดออกแล้ว!!! ฉันจะไปตามหาคุณลุงของฉันบ้างหละ ขอเป็นเหมยลี่สักวันเถอะนะ มันต้องใกล้ BTS แน่ๆถ้าในหนังมันเป็นแบบนั้น...
มดสามตัว!!! (แอ่น แอน แอ้นนนนนนน...) มุกบาท สองบาท ก็เอามาเล่นอยู่เน๊อะ...
ในวันที่ฝนโปรยปราย...มือฉันก็จับร่มลายอุนตร้าแมนเดินเข้าไปตามหาคุณลุงในท้องฟ้าจำลอง
"ยี่สิบบาทคะ" เสียงคุณป้าเจ้าหน้าที่ผ่านไมโครโฟนออกมา
ทำให้ฉันรีบเปิดกระเป๋าตังค์เอาเงินยื่นไปในช่องเล็กที่มีขนาดพอสอดมือเท่านั้น พอยื่นมือเข้าไปฉันก็รู้สึกถึงความเย็นจากเครื่องปรับอากาศข้างใน ในวันฝนตกเช่นนี้เป็นธรรมดาที่พวกห้องกระจก จะต้องเปิดเครื่องปรับอากาศให้อุณหภูมิเย็นลงกว่าข้างนอกเพื่อกันไม่ให้ไอน้ำที่มีในห้องไปรวมกันเกาะเป็นฝ้าที่กระจก เซเว่นก็เหมือนกัน
มดสามตัว!!! (แอ่น แอน แอ้นนนนนนน...) มุกบาท สองบาท ก็เอามาเล่นอยู่เน๊อะ...
ในวันที่ฝนโปรยปราย...มือฉันก็จับร่มลายอุนตร้าแมนเดินเข้าไปตามหาคุณลุงในท้องฟ้าจำลอง
"ยี่สิบบาทคะ" เสียงคุณป้าเจ้าหน้าที่ผ่านไมโครโฟนออกมา
ทำให้ฉันรีบเปิดกระเป๋าตังค์เอาเงินยื่นไปในช่องเล็กที่มีขนาดพอสอดมือเท่านั้น พอยื่นมือเข้าไปฉันก็รู้สึกถึงความเย็นจากเครื่องปรับอากาศข้างใน ในวันฝนตกเช่นนี้เป็นธรรมดาที่พวกห้องกระจก จะต้องเปิดเครื่องปรับอากาศให้อุณหภูมิเย็นลงกว่าข้างนอกเพื่อกันไม่ให้ไอน้ำที่มีในห้องไปรวมกันเกาะเป็นฝ้าที่กระจก เซเว่นก็เหมือนกัน
"วันนี้ไม่มีบรรยายท้องฟ้าจำลองนะค่ะ" เสียงของคุณป้าบอกเพิ่มหลังจากฉันรับตั๋วไว้ในมือ
อ่าว! งั้นฉันก็ไม่ได้เป็นเหมยลี่นอนดูดาวข้างๆคุณลุงสิ ฉันผิดหวังนิดหน่อย จริงๆฉันไม่ได้ชอบดูดาว อาจเพราะฉันดูไม่รู้เรื่อง มองไม่ออกว่าเป็นรูปนั้นรูปนี้ได้ยังไง แล้วคนคิดที่เชื่อมดาวแต่ละดวงออกมาเป็นรูปจักรราศีต่างๆนั้น เขาต้องใช้จินตนาการมากมายขนาดไหน แต่เมื่อมาถึงท้องฟ้าจำลองทั้งทีฉันก็อยากให้คุ้มสักหน่อย แต่ไม่เป็นไรยังไงครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกอยู่แล้วอาจมีอะไรตื่นเต้นมากกว่าที่คิดไว้
เข้ามาตอนแรกก็เจอนี่...เรียกว่าเครื่องอะไรไม่รู้ วิธีการเล่นคือให้เอาลูกเหล็กไหลไปตามด่านต่างๆ มีอยู่สิบกว่าด่านน่าจะได้...ตอนแรกก็งงๆ ไม่รู้ว่ามันต้องดึงต้องผลักตรงไหนถึงจะไป ต้องขอบคุณลุงที่นั่งเมาท์มอยข้างๆ มาช่วยสอนเล่น จะว่าไปเครื่องนี้มันน่าจะนานมากแล้วจนฝืด ไม่ก็ถูกเล่นมาอย่างสาหัสสากรรจ์
ความเห็นส่วนตัวนะ...ฉันว่าน่าจะทำให้มันดูมีสีสันแสบทรวงกว่านี้หน่อย ตอนแรกเดินเข้ามาเห็นถ้าลุงคนนั้นไม่มาสอนเล่นฉันก็นึกว่าเครื่องพัง!!!
มันดูเหมือนเครื่องที่เอาไว้ทรมานนักโทษยังไงยังงั้นเลย...สยองไปนะ
เดินมาอีกหน่อยเจอจุดเกือบพีคของวันนี้ละ...
ฉากหนึ่งที่ยังจำได้ดีคือเหมยลี่หาบ้านตัวเองจากแผนที่กรุงเทพนี้
อ่าหหหห์...บ้านฉันอยู่ไหนน๊า
อยู่ตรงไหนน๊าาา
นี่ไงเจอแล้ว!!!
ถ้าเกิดฉันพาคนในคอนโดสักสองสามร้อยคนมาเที่ยวท้องฟ้าจำลอง ทุกคนก็คงชี้นิ้วไปที่จุดเดียวกันแล้วตะโกนว่า...
"นี่ไง...เจอบ้านเราแล้ว!!!"
ก็ข้างห้องของฉันคือบ้านของอีกสองครอบครัวเล็กๆ บนเพดานฉันก็มีอีกครอบครัว ข้างล่างก็มีอีกครอบครัว แน่นอนว่าห้องตรงข้ามก็มีอีกครอบครัว แค่อาคารเดียวก็อยู่กันเป็นร้อยครอบครัวละมั๊ง
เวลาไปเที่ยวไหนอย่างหนึ่งที่เซ็งมากคือ...
เจอพร๊อปประกอบที่ถูกใจแต่ทำอะไรไม่ได้!!!
ไม่มีแม้แต่คนแปลกหน้า หรือคนหน้าแปลกที่จะขอไหว้วานให้เป็นตากล้อง จนต้องร้องเพลงในใจเบาๆว่า
"ไม่เคยจะมีใครเดินมาทางนี้...นี่ฉันรออะไรอยู่เหรอ"...ฉันก็ทันอยู่น๊าา 321 อัลบัมแรก
สงสัยจะต้องเอาไปให้เพจ "ช่วยตัดต่อรูปนี้ให้หน่อย" เอาหน้าฉันไปแปะตรงวงกระจกนั้น
เผื่อจะได้เป็นนางเอกหนังที่ไปติดอยู่บนดาวอังคาร (แม้ว่าเรื่องนี้จริงๆแล้วจะไม่มีนางเอกเลย...ฉันนี่แหละจะเป็นคนประเดิมให้)
เผื่อจะได้เป็นนางเอกหนังที่ไปติดอยู่บนดาวอังคาร (แม้ว่าเรื่องนี้จริงๆแล้วจะไม่มีนางเอกเลย...ฉันนี่แหละจะเป็นคนประเดิมให้)
แอ๊ดแอ่ (^++++^) จากภาพมันเป็นการจำลองสภาพไร้น้ำหนักใครอยากลองก็จะต้องใส่ชุดหมี สวมหมวกกันกระแทก ถุงมือ ถุงเท้า ใส่มาหมด เหมือนกับพนักงานดับเพลิง แล้วเราจะได้ดิ่งพสุธาให้เสียวซ่าหัวใจ ความสูงที่เราจะกระโดดลงมาคือ 7 เมตร มองจากข้างล่างขึ้นไปมันก็ไม่ได้สูงเท่าไหร่นี่ ฉันขอลองบ้างสิ ระหว่างเดินขึ้นบันไดวนไปทีละชั้น ๆ เจ้าหน้าที่ปล่อยตัวก็จะแนะนำให้เราว่าต้องจับราวยังไง เอามือไว้ตรงไหนเมื่อปล่อยตัวแล้ว หลังจากปล่อยมือก็จะได้สัมผัสกับวินาทีแห่งความเสียวหัวใจที่ไม่เคยได้พบที่ไหนมาก่อน...เอาหละ
ชั้น 1 .........................ตึ๊ก...........ตึ๊ก..................
ชั้น 4 .........ตึ๊ก.............ตึ๊ก.............ตึ๊ก.............ตึ๊ก..........
ชั้น 6 .....ตึ๊ก.....ตึ๊ก......ตึ๊ก........ตึ๊ก.........ตึ๊ก........ตึ๊ก..........ตึ๊ก....
ชั้น 7 ....ตึ๊กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ตายหละว้า!!!! ทำไมแข้งขามันสั่นไปหมด มือไม้จับบาร์ไม่แน่นเลย หวายยยยยย
"พี่ค่ะๆ อย่าพึ่งปล่อยตัวหนูนะ เดี๋ยวๆ แพพๆ ตายๆๆๆๆ ทำไมมันสูงขนาดนี้"
"เดี๋ยว!!! พี่จับหนูก๊อนน....น"
ให้ตายเถอะโรบิ้น!!!! ทำไมเมื่อกี้รู้สึกว่ามันไม่ได้สูงขนาดนี้นะ ความสูงมันเพิ่มขึ้นรึเปล่าวะ... แล้วถ้าเยี่ยวแตกนี่อายไปทั้งบางแน่เลยตรู เปลี่ยนใจทันไหม พ่อแก้ว แม่แก้วลูกขอเปลียนได้ไหมเจ้าคะ???
มาถึงจุดนี้...มองลงไปข้างล่างโอ๋ยยย... มันทำให้ฉันคิดถึงคนที่ขอลาออกจากโลกมนุษย์โดยวิธีโหม่งพสุธา ขอซูฮกยกนิ้วให้ว่าช่างเป็นพวกที่เด็ดเดี่ยวจริงๆ ฉันเคยอ่านหรือได้ยินได้ฟังมาจากไหนสักที่ว่า คนที่เลือกลาโลกด้วยวิธีกระโดดตึกฆ่าตัวตายนั้น สมมติให้ตึกมี 80 ชั้น ช่วงเวลาที่ทิ้งตัวลงมาก่อนจะถึงชั้น 50 มันจะเหมือนกับว่าเวลาช่างยาวนานเหลือเกิน นานพอที่จะคิดได้ว่า ยังมีใครที่รอเราอยู่ และยังเหลือสิ่งไหนที่อยากทำแต่ไม่ได้ทำ คิดถึงช่วงเวลาที่จดจำได้ จากนั้นจะเริ่มคิดได้ว่า "เอ๊ะ แล้วกรูจะมาโดดตึกหาพระแสงอะไรเนี่ย" เมื่อถึงชั้น 30 ก็จะเริ่มกระเสือกกระสนหาทางเอาตัวรอด แต่นั้นก็สายไปเสียแล้ว ไหนๆก็โดดลงมาแล้วแรงโน้มถ่วงของโลกไม่เคยทำให้ท่านผิดหวัง...ฟิ้วววว ตุ๊บ!!!
ลาก่อยยยยย.........ย
สุดท้าย...เพื่อความปลอดภัย และกางเกงในจะไม่เปียกฉี่ ฉันขอไม่โดดดีกว่า ทั้งที่ในใจจะแบ่งเป็นสองพวกพวกหนึ่งก็บอกว่า "กาแฟ นี่มาถึงที่ ใส่ชุดใส่อะไรพร้อมจะมาป๊อดอะไรตอนนี้ว๊าา ไม่ได้มาโดดทุกวันนะเฮ้ย เอาเลยมันแว๊บเดียว ให้มันจบๆไป" อีกใจหนึ่งก็เถียงคอเป็นเอ็นว่า "นี่มันไม่ใช่สภาวะไร้น้ำหนักแล้วววว นี่มันสภาวะหมดอาลัยตายอยากชัดๆ เหมือนกับจะมาดิ่งพสุธาโหม่งโลก ฉันจะไม่เอาชีวิตมาทิ้งไว้กับ 7 เมตรนี้แน่ๆ" ชีวิตมันก็ไม่ต้องขนาด "ไม่มีลิมิตชีวิตเกินร้อย" ไปทุกเรื่องก็ได้
กลับออกมาจากท้องฟ้าจำลองวันนี้ฉันความรู้สึกที่มีต่อโลกก็ได้เปลี่ยนไป ขนาดที่เจอกับรีน่ายังต้องบอกว่า "รีน่า ไม่ว่าเธอจะเครียด เพลีย เหนื่อยเรื่องใดๆในชีวิตก็ตาม และกำลังจะคิดสั้น ฉันขอให้เธอไปลง BTS เอกมัย อดใจเดินไปอีกนิดที่ท้องฟ้าจำลอง แล้วไปโดด 7 เมตรนั่น แล้วปัญหาที่รุมเร้าเธอจะมลายหายไปพริ๊บตา เชื่อฉัน!!!"
(ฉันง่วงนอน...ตอนบ่ายคนเราต้องนอนพักกันบ้าง ลาก่อยยยย)
ชั้น 1 .........................ตึ๊ก...........ตึ๊ก..................
ชั้น 4 .........ตึ๊ก.............ตึ๊ก.............ตึ๊ก.............ตึ๊ก..........
ชั้น 6 .....ตึ๊ก.....ตึ๊ก......ตึ๊ก........ตึ๊ก.........ตึ๊ก........ตึ๊ก..........ตึ๊ก....
ชั้น 7 ....ตึ๊กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ตายหละว้า!!!! ทำไมแข้งขามันสั่นไปหมด มือไม้จับบาร์ไม่แน่นเลย หวายยยยยย
"พี่ค่ะๆ อย่าพึ่งปล่อยตัวหนูนะ เดี๋ยวๆ แพพๆ ตายๆๆๆๆ ทำไมมันสูงขนาดนี้"
"เดี๋ยว!!! พี่จับหนูก๊อนน....น"
ให้ตายเถอะโรบิ้น!!!! ทำไมเมื่อกี้รู้สึกว่ามันไม่ได้สูงขนาดนี้นะ ความสูงมันเพิ่มขึ้นรึเปล่าวะ... แล้วถ้าเยี่ยวแตกนี่อายไปทั้งบางแน่เลยตรู เปลี่ยนใจทันไหม พ่อแก้ว แม่แก้วลูกขอเปลียนได้ไหมเจ้าคะ???
มาถึงจุดนี้...มองลงไปข้างล่างโอ๋ยยย... มันทำให้ฉันคิดถึงคนที่ขอลาออกจากโลกมนุษย์โดยวิธีโหม่งพสุธา ขอซูฮกยกนิ้วให้ว่าช่างเป็นพวกที่เด็ดเดี่ยวจริงๆ ฉันเคยอ่านหรือได้ยินได้ฟังมาจากไหนสักที่ว่า คนที่เลือกลาโลกด้วยวิธีกระโดดตึกฆ่าตัวตายนั้น สมมติให้ตึกมี 80 ชั้น ช่วงเวลาที่ทิ้งตัวลงมาก่อนจะถึงชั้น 50 มันจะเหมือนกับว่าเวลาช่างยาวนานเหลือเกิน นานพอที่จะคิดได้ว่า ยังมีใครที่รอเราอยู่ และยังเหลือสิ่งไหนที่อยากทำแต่ไม่ได้ทำ คิดถึงช่วงเวลาที่จดจำได้ จากนั้นจะเริ่มคิดได้ว่า "เอ๊ะ แล้วกรูจะมาโดดตึกหาพระแสงอะไรเนี่ย" เมื่อถึงชั้น 30 ก็จะเริ่มกระเสือกกระสนหาทางเอาตัวรอด แต่นั้นก็สายไปเสียแล้ว ไหนๆก็โดดลงมาแล้วแรงโน้มถ่วงของโลกไม่เคยทำให้ท่านผิดหวัง...ฟิ้วววว ตุ๊บ!!!
ลาก่อยยยยย.........ย
สุดท้าย...เพื่อความปลอดภัย และกางเกงในจะไม่เปียกฉี่ ฉันขอไม่โดดดีกว่า ทั้งที่ในใจจะแบ่งเป็นสองพวกพวกหนึ่งก็บอกว่า "กาแฟ นี่มาถึงที่ ใส่ชุดใส่อะไรพร้อมจะมาป๊อดอะไรตอนนี้ว๊าา ไม่ได้มาโดดทุกวันนะเฮ้ย เอาเลยมันแว๊บเดียว ให้มันจบๆไป" อีกใจหนึ่งก็เถียงคอเป็นเอ็นว่า "นี่มันไม่ใช่สภาวะไร้น้ำหนักแล้วววว นี่มันสภาวะหมดอาลัยตายอยากชัดๆ เหมือนกับจะมาดิ่งพสุธาโหม่งโลก ฉันจะไม่เอาชีวิตมาทิ้งไว้กับ 7 เมตรนี้แน่ๆ" ชีวิตมันก็ไม่ต้องขนาด "ไม่มีลิมิตชีวิตเกินร้อย" ไปทุกเรื่องก็ได้
กลับออกมาจากท้องฟ้าจำลองวันนี้ฉันความรู้สึกที่มีต่อโลกก็ได้เปลี่ยนไป ขนาดที่เจอกับรีน่ายังต้องบอกว่า "รีน่า ไม่ว่าเธอจะเครียด เพลีย เหนื่อยเรื่องใดๆในชีวิตก็ตาม และกำลังจะคิดสั้น ฉันขอให้เธอไปลง BTS เอกมัย อดใจเดินไปอีกนิดที่ท้องฟ้าจำลอง แล้วไปโดด 7 เมตรนั่น แล้วปัญหาที่รุมเร้าเธอจะมลายหายไปพริ๊บตา เชื่อฉัน!!!"
(ฉันง่วงนอน...ตอนบ่ายคนเราต้องนอนพักกันบ้าง ลาก่อยยยย)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น