วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ปาย...ทริปนี้ 24 ชั่วโมง


ปาย...ทริปนี้ 24 ชั่วโมง





ชั่วโมงที่ 1 (8.00 น.)

# ถึงสถานีขนส่งอาเขตพร้อมกับตั๋วรถ เชียงใหม่ - ปาย 3 ใบ

# เดินหาเจ้าของอีก 2 ใบที่เหลือ และพบว่าพวกเธอมารออยู่ในสถานี่ก่อนแล้ว

# สำหรับเจ้าของตั๋วในมือฉัน หนึ่งในนั้นคือเพื่อนเก่า ที่รู้จักกันเมื่อสี่ปีก่อน ครั้งยังเป็นละอ่อนในมหาวิทยาลัย เราเจอกันอีกครั้งเมื่อวานนี้ และล่าสุดคือตอนนี้

# รอบนี้เป็นการไปปายครั้งที่ 4 ของฉัน ครั้งที่ 2 ของชิซาโต้ และครั้งที่ 1 ของฮิโตมิ พี่สาวเธอ

# ตั๋วรถยังราคาเดิมเหมือน 4 ปีก่อน (150 บาท/คน) เวลาในการเดินทางก็เช่นกัน (3 ชั่วโมงในดงดอย)

# โค้งยังคงมี 2 โค้งเท่าเดิม ... อ๊ะแหนะ รู้ทันชิมิล่า (ซ้าย กะ ขวา) นับไปนับมา รวมได้ 762 โค้ง

# นอกจากพ่อแก้ว แม่แก้ว แล้ว อีกตัวช่วยที่ฉันขอใช้สิทธิ์ประจำคือ ยาแก้เมา ที่ช่วยให้เราผ่านทางขึ้นเขาไปได้

# ล้อหมุน 8.30 นาฬิกา พร้อมกับฤทธิ์ยาที่เริ่มพาเรามึน

# หลับได้หลับดี แม้จะมีเสียงรบกวน ราวกับเป็นขบวนสหประชาชาติ ทั้งแมนดาริน กวางตุ้ง อังกฤษ (ญี่ปุ่นชิงหลับไปก่อน ไทยแลนด์ก็นอนตามหลังติดๆ)


ชั่วโมงที่ 2 (9.00 น.)

# ทุกคนสะดุ้งตื่น เมื่อทหารยืนแล้วส่องเข้ามาในรถ (ตรวจคนหลบหนีเข้าเมือง และสิ่งผิดกฎหมาย)

# เราจะได้จ๊ะเอ๋กับพี่ทหารแบบนี้ ทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ ไม่ว่ากำลังหลับหรือตื่น


ชั่วโมงที่ 3 (10.00 น.)





# รถจอดพักที่ครึ่งทาง ให้ผู้โดยสารเข้าห้องน้ำ ซื้อขนม

# สะสมพลังเตรียมไปต่อกับอีก 1 ชั่วโมงที่รอ บนเมืองปาย

# ค่าเข้าห้องน้ำ 3 บาท จ่ายแล้วเดินส่อง ทำไมน้ำราดทุกห้องเป็นสีโอวัลติน

# กลอนประตู ไม่น่าไว้ใจ กับกลิ่นมาดามหอมนั่นไง ที่เข้าไปขมคอ

# การฉี่ที่ทรมาน คือฉี่พร้อมการกลั้นหายใจ

# กลับที่นั่ง  ไปต่อ...


ชั่วโมงที่ 4 (11.00 น.)

# ระหว่างทาง มีฝนตกนิดหน่อย แต่ประมาณ 3 นาทีรถเราก็วิ่งออกจากเขตฝนตก




# มองออกไปนอกหน้าต่างเห็นดอกบัวตองสีเหลือง บานกระจายอยู่ริมทาง สวยนะ

# พอเข้าเขตปาย ขนาดยังไม่ถึงบ่ายก็ร้อนจนจุลินทรีย์ในลำไส้ควาย ตายง่ายๆเลยนะเออ

# เมื่อถึงสถานีพี่ชายใจดีของฉันก็มารับ





# เราเอากระเป๋าไปไว้ที่เกสต์เฮาส์ก่อน

# มองจากระเบียงเกสต์เฮาส์เห็นวิวสนามหญ้ากับภูเขาสวยเลยหละ

# พี่บอกว่าตรงนั้นเป็นสนามบอล เมื่อก่อนทุกเย็นก็มีคนไปใช้ แต่หลังจากมีน้ำท่วมใหญ่สนามก็เต็มไปด้วยเศษไม้กับหินแม่น้ำคมๆ แม้ตอนนี้น้ำจะลดไปแล้วแต่ก็อันตรายถ้าจะไปเดิน หรือเล่นบอลที่นั่น มันเลยกลายเป็นสนามร้างไป


ชั่วโมงที่ 5 (12.00 น.)

# กองทัพต้องเดินด้วยท้อง พี่พาไปร้านของเพื่อนชื่อว่า "กาดจัน คาเฟ่"

# ร้านอยู่ใกล้สนามบิน แม้อาหารจะช้านิดหน่อย แต่ก็สมการรอคอยเพราะจานใหญ่มาก

# ชิซาโต้สั่งผัดไทยเพราะตั้งแต่มาถึงเชียงใหม่ยังไม่ได้กินเลย

# พี่ฮิโตมิ สั่งกะเพราไก่ไข่ดาว ชิซาโต้บอกนั่นเป็นอาหารไทยอย่างเดียวที่พี่สาวเธอทำได้

# ฉันควักไข่แดงให้พี่ฮิโตมิ ครั้งแรกที่เรากินข้าวด้วยกัน ครั้งแรกที่ฉันเอาไข่แดงให้คนพึ่งรู้จัก





ชั่วโมงที่ 6 (13.00 น.)

# เราแวะถ่ายรูปนาขั้นบันไดก่อนขึ้นไปบนหมู่บ้านจีนยูนาน



# ฉันแอบบีบเมล็ดข้าวเขา แล้วยื่นไปให้ชิซาโต้ กับฮิโตมิดู น้ำนมข้าว

# หมู่บ้านจีนยูนาน ที่ฉันอยู่นานไม่ได้ ร้อนเกิน



# ครั้งก่อนที่มาด้วยกัน อาคารนี้ยังสร้างไม่เสร็จ ตอนเรามายังมีคนทาสีอยู่เลย

# สงสัยเรื่องม้าหมุนแรงคนว่าเวลาลงทำยังไงนะ ?

#พี่ชายบอกว่า เวลาจะขึ้น หรือลง เขาจะทำเป็นเลขคู่ คือ 1 ลงพร้อม 3 และ 2 ลงพร้อม 4 อย่างนี้นะ





ชั่วโมงที่ 7 (14.00 น.)

#ผ่านโรงเรียนสอนภาษาจีน นักเรียนที่นี่จะต้องมาเรียนภาษาจีนกันแต่เช้า ก่อนไปเรียนโรงเรียนตามปกติ และหลังเลิกเรียนก็กลับมาเรียนภาษาจีนอีกรอบ

# ผ่านไร่สับปะรดเพื่อขึ้นไปทะเลหมอก หยุน ไหล เพื่อนตื่นตาตื่นใจมากกับไร่ที่เห็นแต่ใบแหลมๆ

# ทะเลหมอก หยุน ไหล เป็นพื้นที่ส่วนบุคคลของผู้นำชุมชนที่นี่ จึงมีการเก็บค่าเข้าชม 20 บาท/คน



# ก็มันตอนบ่าย หมอกเลยหายไปซะหมด แต่เห็นวิวเมืองปายสวยๆ แล้ว ก็พอทดแทนกันได้

# บนนี้มีที่ล๊อคกุญแจคู่รักด้วย แต่ตอนที่ฉันมาก็ไม่เห็นมีใครไปล๊อคเพิ่ม หรือแดดร้อนจะไหม้อย่างนี้ความโรแมนติกที่มีมันเลยระเหย

# มีคนมาขอแต่งงานบนนี้มากกว่า 20 คู่








ชั่วโมงที่ 8 (15.00 น.)

# เรามาถ่ายรูปกันต่อที่ Coffee in love คนในร้านกาแฟเยอะมาก เราเลยไม่เข้าไป

# ฮิโตมิตื่นเต้นกับบ้านสีเหลืองที่อยุ่ใกล้ร้านกาแฟ




# ชิซาโต้ชี้ให้ดูสิ่งที่เธอจำได้ เช่น รถกะป้อที่เคยขึ้นถ่ายรูปด้วยกัน ป้าย PAI IN LOVE จักรยานในสนามหน้าบ้าน






# เราพากันไปถ่ายรูปที่สวนดอกไม้หลังบ้าน แต่เพราะพุ่มมันเตี้ย เราเลยนั่งยองๆ ถ่ายรูปกัน

# เรามาแวะถ่ายรูปที่ร้านนั่งเล่นอีกร้านหนึ่ง จำชื่อไม่ได้ แต่หน้าร้านมีป้าย "สวัสดีชาวโลก"

# สี่ปีก่อนพี่เคยบอกฉันว่า "เพื่อนพี่จะจัดงานแต่งงานที่นี่" และตอนนั้นร้านก็ยังสร้างไม่เสร็จดีนัก

# ผ่านมาสี่ปี พี่พูดว่า "เพื่อนพี่เคยจัดงานแต่งงานที่ร้านนี้  ตอนเปิดใหม่ๆ ร้านนี้สวยมากเลยหละ"

# ฉันสังเกตเห็นว่าทางเดินของร้านเป็นรูปช้าง หน้าคน แมว ฯลฯ  ฉันจำไม่ได้ว่าตอนนั้นฉันเห็นแบบนี้รึเปล่า ฉันลืม




# ปายแคนยอน (กองแลน) ดูเหมือนว่าชิซาโต้จะชอบที่นี่มาก และตั้งใจพาพี่สาวมาที่ปายเพื่อสิ่งนี้
# ที่ไหนก็ตามที่มันเป็นผาสูง กลางหูบเหว ไม่ว่าจะเป็นน้ำ หรือป่า คนก็มักเรียกว่าแกรนด์แคนยอนที่นั่น ที่นี่
# ถ้าตัดความคิดที่ว่าเหมือนออกไป  มันก็สวยของมันอยู่อย่างนั้น สวยแบบไม่ต้องเอาไปอ้าง เอาไปอิงว่าเหมือนที่นั่นที่นี่ ของบ้านนี้ เมืองนั้น

# ชิซาโต้ใจบ้า เอ๊ย! ใจกล้ากว่าที่คิด ชวนฉันและฮิโตมิลอดช่องน้อยๆเพื่อจะไปชมวิวยอดอื่นของปายแคนยอนมาก

# แต่เธอใส่ส้นสูงบนทางสูง แคบ และชัน  จนฉันต้องเรียกพ่อแก้วแม่แก้ว

# พี่ชายฉันกลัวความสูง เลยขอรออยู่ที่ศาลาพักร้อน พักปุ๊บร้อนปั๊บ

# สมกับการไต่มาดูวิวตรงนี้จริงๆ ชิซาโต้พูดแต่สวย สวย สวย พร้อมกับปาดเหงื่อบนหน้า



# ส่วนฮิโตมิ ก็พูดแต่คำว่า ฮอทสึ ฮอทสึ ฮอทสึ  ก็ใส่เสื้อแขนยาวกันแดดกันลมมาขนาดนั้น ทำฉันคิดถึงความร้อนเวลาคนอยู่ไฟอบสมุนไพรในกระโจม  โอ้ยเข้าใจอารมณ์เจ๊

# มองไปรอบๆ เราอยู่ท่ามกลางขุนเขา และลำเนาไพร  พอก้มลงไป โอ้ยหัวใจจะวาย สูงเกิน

# เดินกลับออกมาพร้อมอาการกระหายน้ำแบบสุด

# ตอนเดินออกมาเราฉันเห็นหลักกิโลยักษ์อยู่ตรงข้ามปายแคนยอน  พี่บอกว่าตรงนั้นเป็นป้อมตำรวจเอาไว้สังเกตการณ์ เพราะที่ปายแคนยอนเวลาค่ำจะไม่มีไฟฟ้า วัยรุ่นชอบมาซ่องสุม และยกพวกตีกัน


ชั่วโมงที่ 9 (16.00 น.)

# ตอนขึ้นรถมาจากเชียงใหม่เราต่างก็แข่งกันหลับ จนไม่ทันเห็นวิวสะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย

# บนสะพานมีแต่นักท่องเที่ยวจีน ตั้งแต่รุ่นเตาะแตะ ไปจนรุ่นแง้มแงะฝาโลง เรียกว่าสะพานรวมญาติเห็นจะได้





# หนึ่งวันก่อนเรามามีฝนตกห่าใหญ่ แต่น้ำก็ยังไหลเอื่อยไม่ได้ขึ้นสูงเหมือนที่คิด

# ข้างล่างนั้้นมีคนถ่ายพรีเวดดิ้งด้วย




# เราเจอกัปตันแจ็ก สแปร์โรว์ บนสะพาน เพราะต่างจำได้ดีที่เพื่อนบอกว่าอยู่ใกล้แล้วกลิ่นตัวเขาอบอวลมาก  ตอนบ่ายอากาศร้อนอย่างนี้ สูดเข้าปอดทีฉันคงสลบ


ชั่วโมงที่ 10 (17.00 น.)

# เราจะไปดูพระอาทิตย์ตกกันที่พระธาตุแม่เย็น

# ระหว่างทาง เราโชคดีเจอไร่ปปเทืองที่ดอกบานเหลืองเต็มที่ เลยลงไปถ่ายรูปด้วย




# แลกกับการได้รูปสวยคือ คันแขนมาก

#ชาวบ้านปลูกปอเทืองเพื่อปรับปรุงดิน หลังจากออกดอกมันจะเหี่ยวลง และถูกฝังกลบเพื่อเป็นปุ๋ยต่อไป

# ไร่นี้ดอกบานก่อนใครเพื่อน  ไร่ของคนอื่นรอบๆนี้กำลังเป็นต้นเล็กๆ อยู่เลย

# ถ้าทั้งหมดนี้บานพร้อมกัน ก็คงเหลืองสวยสว่างไปทั้งดอย

# เราเจอช้างตัวใหญ่ด้วย ฉันแปลกใจเพราะมาเมื่อก่อนไม่เห็นมี

# พี่บอกว่าทางก่อนขึ้นไปวัดพระธาตุแม่เย็นมีชุมชนเลี้ยงช้างอยู่




# ฉันอยากได้รูปสวยเลยเปิดหน้าต่าง กลิ่นขี้ช้างเลยเข้ามาในรถ ดีนะพี่ไม่ด่า

# ทางเดียวกันนี้มีแยกไปหาน้ำพุร้อนเมืองปายด้วย

# ถึงพระธาตุแม่เย็น เรายังต้องเดินขึ้นไปยังจุดชมวิว ที่มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่บนนั้น

# วิวบนนี้เห็นทั่วทั้งปายเลยจริงๆ ยาวไปจนถึงอีกฝั่งคือหมู่บ้านจีนยูนานเลย

# ไม่ประทับใจ และอารมณ์เสียอยู่อย่างคือ การแต่งกายของนักท่องเที่ยวไม่เหมาะสมขั้นวิกฤต แต่ก็ไม่มีป้ายเตือน หรือเจ้าหน้าที่คอยบอกใดๆ ครั้นไอ้เราจะเข้าไปคงโดนเขาขย่ำ




# เราไม่รออยู่ถึงพระอาทิตย์ตกดิน  เพราะพยาธิน้อยเรากำลังดิ้นอยู่ในพุง ความหิวชนะทุกอย่าง


ชั่วโมงที่ 11 (18.00 น.)

# ก่อนกลับเข้าเกสต์เฮาส์พี่พาเราไปถ่ายรูปคู่กับบ้านกลับหัวอีกทีหนึ่ง

# มีสาวจีน 2 คนเดินมาจะรอถ่ายรูปต่อ แต่การรอคือยืนใกล้บ้านมากจนมีเธอเข้ามาอยู่ในรูปด้วย ถือซะว่าเป็นเพื่อนบ้านละกัน





# อีกที่หนึ่งคือ PAI VIEW POINT เป็นรีสอร์ทที่มีพื้นที่โล่งใหญ่ มองออกไปเห็นวิวเมืองปาย

# นอกจากที่นี่จะเป็นที่แต่งงานยอดนิยมแล้ว ก็ยังเป็นที่จัดคอนเสิร์ต ตั้งแคมป์กินลมชมวิว กันด้วย

# มีชิงช้าใหญ่ตั้งอยู่ ชิซาโต้ไปนั่งให้ฉันถ่ายรูป หารู้ไม่ข้างล่างชิงช้านั้นเป็นรังมดคันร้อยหมื่่นพันฝูง วิ่งออกมาแทบไม่ทัน โดนกันทั่วหน้า




# ไม่เป็นไรนอกจากชิงช้าใหญ่ ก็ยังมีชิงช้าเล็ก ชิซาโต้กับฮิโตมิพากันขึ้นไปนั่งเล่น แต่สำหรับฉันขอบายดีกว่าเพราะมันสูงเกิน

# อยู่ที่นี่เราเห็นพระจันทร์ใหญ่ แต่ก็ไกลจนถ่ายรูปยาก (อันที่จริงพรุ่งนี้ใหญ่สุด)





ชั่วโมงที่ 12 (19.00 น.)

# เรากลับมาล้างหน้าล้างตาที่เกสต์เฮาส์ เมื่อชิซาโต้ไม่อาบน้ำ ฮิโตมิกับฉันก็เลยไม่อาบด้วยเหมือนกัน

# เรากลัวว่าอาบน้ำไปถนนคนเดิน เดี๋ยวก็เหม็นกลับมาอีก

# อีกเหตุผลคือฉันหิวจนรอไม่ไหวแล้ว กินแมวได้ก็กินไปแล้วหละ

# ถนนคนเดินไม่อนุญาตให้รถยนต์ผ่าน แต่กับรถมอเตอร์ไซค์ และจักรยานผ่านฉลุย ดังนั้นจึงต้องเดินไปด้วย หลบรถไปด้วย

# เราจอดกันร้านแรกคือร้านโรตี ชิซาโต้เลือกโรตีกล้วย ฉันเลือกโรตีชีส ดูเหมือนชิซาโต้จะติดอกติดใจ




# เดินวนไปมาไม่มีอะไรมาก เราหาของกินมากว่าของฝาก และเดินเล่นดูร้านนั่นร้านนี่

# ชิซาโต้จำร้านที่เราเคยเลือกซื้อของฝากได้ด้วย ชบามาปาย

# หลังจากอิ่มท้องแล้วเราก็เดินกลับที่พัก

ชั่วโมงที่ 13 (20.00 น.)


# ก่อนเปิดประตูเกสต์เฮาส์ ฮิโตมีดันไปเห็นจิ้งจกมุดเข้าไปในห้องผ่านตรงช่องว่างของประตู แล้วเธอก็ร้องตกใจ

# ด้วยความระแวง ยิ่งมองหา ก็ยิ่งเห็น เรานับจิ้งจกหน้าเกสต์เอาส์ได้ประมาณ 5-6 ตัว

# อาจเพราะเราเปิดไฟไว้ แมลงจากสนามหญ้า และทุ่งนาใกล้ๆ เลยมาหา ระเบียงเลยกลายเป็นไลน์บุปเฟต์ของเหล่าจิ้งจกไปแล้ว

# ขนาดเข้าห้องยังต้องรีบเปิด-ปิดประตู กันแมลงจะบินเข้ามาด้วย

# แล้วดันมีแมลงตัวหนึ่งไปตกอยู่บนที่นอนของฮิโตมิ เธอตกใจใหญ่ ดีนะเป็นตัวที่ฉันไม่กลัวเลยหยิบออกให้ได้

# หลังจากอาบน้ำเราก็นอนกันด้วยความเมื่อยล้า  และอาจหวาดผวาสำหรับฮิโตมิ


ชั่วโมงที่ 14 (21.00 น.)

# พี่โทรมาถามว่าอยู่ไหนกัน ตอบไปว่าอยู่บนเตียงนอนแล้ว ชาร์จพลังแพ๊พ


ชั่วโมงที่ 15 (22.00 น.)


ชั่วโมงที่ 16 (23.00 น.)

ชั่วโมงที่ 17 (24.00 น.)

#สะดุ้งตื่นครั้งที่ 1 นึกว่าตีสาม


ชั่วโมงที่ 18 (1.00 น.)


ชั่วโมงที่ 19 (2.00 น.)


ชั่วโมงที่ 20 (3.00 น.)

#สะดุ้งตื่นครั้งที่ 2 นึกว่าตี 5

ชั่วโมงที่ 21 (4.00 น.)

ชั่วโมงที่ 22 (5.00 น.)

ชั่วโมงที่ 23 (6.00 น.)

# ตื่นนอน หลังจากทำธุระเสร็จแล้ว ก็ออกไปเก็บบรรยากาศตอนเช้าของเมืองปาย






# มีหมอกแค่ตรงบนดอย ตรงเราไม่มีเลย

# อากาศไม่ได้หนาวสั่น เหมือนใจฉันคิด




# ไกลๆที่เป็นสนามบอลร้าง มีวัวเล็มหญ้าอยู่ด้วย  สงสัยว่ามันอยู่ที่นี่ทั้งคืนเหรอ?

# ไม่นานเจ้าของก็มาลากมันกลับไป




# ปลุกเพื่อนขี้เซาให้ตื่น


ชั่วโมงที่ 24 (7.00 น.)

# พี่ชายมารับไปกินโจ๊กยามเช้าด้วยรถเปิดประทุนคันเก๋ (สามล้อพ่วง)

# ชิซาโต้กับฮิโตมิตื่นตาตื่นใจกับการนั่งรถแบบนี้  พอๆ กับที่สนุกกับการโบกมือให้เด็กนักเรียนที่กำลังเดินไปโรงเรียน





# เด็กนักเ่รียนใส่ชุดนักเรียน พระมาใส่บาตร คนไปตลาด คนง่วงเหล้ายังไม่ตื่น





# ร้านโจ๊กนี้ดีงาม ไม่ใส่ผงชูรส ไม่ใส่น้ำตาล ใช้หญ้าหวานปรุงแทน

# ถึงน้ำซุปจะหวาน แต่ก็หวานแบบที่ไม่เคยได้กินมาก่อน ไม่เหมือนหวานจากน้ำตาลน้ำอ้อย




# เป็นร้านโจ๊กในดวงใจแซงร้านประจำที่เชียงใหม่ของฉันเลยคิดว่าถ้าไม่ได้ลองคงเสียดายลิ้นมาก

# พี่มาส่งเราที่สถานีรถ แต่ยังมีเวลาเหลืออยู่หน่อย เลยพากันไปดูเด็กน้อยเดินเข้าโรงเรียน

# ชิซาโต้ และฮิโตมิ ยิ้มที่เห็นเด็กโตมายืนข้างครู รอจูงมือเด็กเล็กไปที่ห้องเรียน

# ยังมีเด็กที่เอามอเตอร์ไซค์มาเองด้วย นี่เป็นเรื่องที่ทั้งสองประหลาดใจเช่นกัน

# พี่บอกว่าเด็กบางคนไม่ยอมมาเรียนถ้าที่บ้านไม่ซื้อมอเตอร์ไซค์ให้

# ใกล้ถึงเวลาเราเดินกลับมาขึ้นรถพร้อมกับลากันนิดหน่อย

# ชิซาโต้กับฮิโตมิบอกว่าวันหน้าจะมาเที่ยวอีก





จบ ปาย...ทริปนี้ 24 ชั่วโมง



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น