ช่วงนี้ในนิวฟีดของฉันเต็มไปด้วยสถานะชวนอิจฉาเหล่านี้...
"หมอกตอนเช้า เย็นสบายจัง"
"สตรอว์เบอร์รีลอตแรกออกแล้ว ว๊าวๆ" แถมมีรูปสตรอว์เบอร์รีสีสวยในอุ้งมือมายั่วให้ยายน้ำลายไหลย้อย
บางคนก็เช็คอินพร้อมกับอัพรูป
พระอาทิตย์เช้านี้ที่ดอยหลวงเชียงดาว...
ไหนจะอาหารเหนืออันพร้อมสม ไหนจะเที่ยวท่องป่าพนาไพร
หมม!! น่าอิจฉาชะมัด
อาจเป็นโชคดีของฉันที่อยู่ๆ
เพื่อนนักเรียนแลกเปลี่ยนชาวญี่ปุ่นก็ทักมาบอกว่าจะมาเที่ยวเชียงใหม่ช่วงลอยกระทง นี่ไง! โอกาสดีที่ฉันจะได้กลับไปสูดอากาศดีๆ ที่สันป่าตอง และเซย์ ไฮ่! กับเพื่อนของฉัน
การกลับบ้านครั้งที่สองนี้จึงเป็นการกลับไปทำภารกิจดีต่อใจเพื่อใครกัน
ดังนี้...
-
ไปสัมผัสไอหมอกยามเช้า ที่ได้ข่าวว่ามาถึงแล้ว
-
ไปดูลูกแมวที่แม่มันทิ้งไว้ (ขวัญสุดาหายสอยหลังจากเอาลูกน้อยมาไว้ที่บ้าน)
-
ไปแลกเวรให้นม หลานน้อย ผู้เกิดมาพร้อมกับดั้งจมูกหลบใน (มันหายไปไหนคะลูก??)
-
และไปพาเพื่อนนักศึกษาแลกเปลี่ยนสมัยเรียนของฉัน ตะลอนเมืองปาย
บ้านพี่ชายสุดหล่อ (เหรอ)
ฉันออกเดินทางเวลาเกือบเที่ยง
เล่าไล่เรียงไปตามนี้
วันที่
12
พฤศจิกายน 2559
ไปสนามบินตั้งแต่เก้าโมงเช้าเพื่อรอขึ้นเครื่องตอน
11 โมงกว่า ฉันปวดหัวไมเกรนด้วยนิดๆ
แต่ก็แอ๊บสตรองเข้าไว้ รอบนี้โชคดีได้นั่งใกล้หน้าต่างด้วตำแหน่งค่อนไปข้างหน้าของปีกเครื่องบินเลยยังเห็นวิวข้างล่างอยู่ ข้างฉันเป็นนักท่องเที่ยวแฟนกันบันเทิงทั้งคู่เป็นชาวต่างชาติ ฉันไม่สนใจเปิดฮิวแมนไรด์ตอนไต้หวันขึ้นมาอ่าน
สลับกับหลับตาพักเป็นครั้งๆ
พอเครื่องใกล้ลงไม่รู้คิดอะไร ฉันเริ่มทักทายคนที่นั่งข้างๆ ก่อน ทั้งสองมาเที่ยวเชียงใหม่เป็นครั้งแรก คุยกันนิดหน่อยแลก ig แล้วฉันเลยก็ให้ปากกาไม้รูปสัตว์ทำมือไปคนละแท่ง (ช่วงหลังๆ
เห็นเขาอัพรูปใน ig หลายจังหวัดมาก) ทั้งสองออกเดินทางเที่ยวทั่วไทยเลย หันกลับมาดูตัวเอง อยู่มาก็ตั้งนานแต่ภาคอีสานยังไม่เคยไป
ทั้งๆ ที่บ้านเพื่อนก็อยู่ที่นั่น
...ก็ได้แต่คิดถึงแต่ตัวไม่เคยไปถึงตามที่คิด
...ก็ได้แต่คิดถึงแต่ตัวไม่เคยไปถึงตามที่คิด
พอลงเครื่องปุ๊ป ฉันก็ไปต่อรถแดงเข้าในเมืองเพื่อหาคิวรถเหลืองที่ผ่านบ้านฉัน
ระหว่างที่รอรถเหลืองออกฉันก็บอกลุงคนขับขอฝากกระเป๋าไว้ ฉันจะไปซื้อน้ำประเดี๋ยวเดียวจะรีบกลับมา
ลุงก็รออย่างเข้าใจ ตอนจ่ายเงินใน 7-11 พนักงานก็พูดภาษาเหนือด้วย จะเดินออกจากประตูผู้ชายคนก่อนหน้าก็เปิดให้ พอฉันถือประตูไว้ก็มีเด็กวิ่งมา ฉันเลยส่งสายตาว่าให้วิ่งลอดแขนเข้าไปได้เลย เด็กก็วิ่งลอดใต้แขนฉันเข้า 7-11
ทั้งหมดนี้เป็นความรู้สึกที่ฉันสัมผัสได้ว่า...นี่แหละฉันมาถึงบ้านแล้ว
ฉันไม่รู้จักเขาหรอก เราไม่ได้คุยกันสักคำด้วยซ้ำ
แต่เราไม่ได้ทำเหมือนกับอีกคนไม่มีตัวตน
เราทำในสิ่งเล็กน้อยที่ทำให้คนข้างๆ รู้ว่าฉันเห็นเธอนะ
...นี่เป็นสาเหตุทำใจฉันมีสภาพอากาศอบอุ่นและชื้น จนชื่นใจ...
นั่งรถเป็นชั่วโมงกว่าจะถึงบ้าน พอถึงบ้านนะกระป๋งกระเป๋าฉันไม่เอาสักอย่าง หิวจะตาลายอยู่แล้ว
แม้จะเห็นหลานตัวน้อยเป็นครั้งแรกก็ตามฉันไม่มีอารมณ์ไปเล่นด้วยจริงๆ ไม่ใช่ไม่รักมะนุดต่างดาวตัวน้อยนี้
แม้จะเห็นหลานตัวน้อยเป็นครั้งแรกก็ตามฉันไม่มีอารมณ์ไปเล่นด้วยจริงๆ ไม่ใช่ไม่รักมะนุดต่างดาวตัวน้อยนี้
แต่ฉันเหนื่อยยยยย...
ฉันใช้เวลายามบ่ายไปกับการดื่มด่ำในรสชาติส้มตำจานโปรด
ทั้งตำปูม้า ตำแตงหมูยอ และส้มตำทะเล กินกับขนมจีนอะนะ เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม
พออิ่มแปล้แล้วก็รีบไปร้านตัดผมเจ้าประจำทำหลังคาใหม่ให้ตัวเอง อะไรจะสบายเท่าการนอนให้เค้าสระผมให้
ยัง! ยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ ตอนเย็นฉันยังมีนัดกินบิงซูกับเพื่อนๆ ทั้งเพื่อนไทย และเพื่อนคนญี่ปุ่น
แต่ด้วยความที่ได้คิวตัดผมช้า และเพื่อนญี่ปุ่นก็ยังมาหลงทางอีกเป็นชั่วโมง กว่าจะมาถึงร้นบิงซูที่เพื่อนมาสั่งไว้ก่อนหน้าก็ละลาย
เลยได้ไปฝากกระเพาะที่ถนนคนเดินแทน
ปิดจ๊อบวันนี้ด้วยการแว๊นมอไซค์กลับบ้านตอนสี่ทุ่ม
วันที่
13
พฤศจิกายน 2559
วันนี้ต้องออกจากบ้านแต่เช้าเพราะรถตู้ไปปายของเราล้อหมุน
8.30
น. ฉันนัดกับเพื่อนที่สถานีขนส่งตอนแปดโมง พอมาถึงสถานีหันซ้ายขวาทีเพื่อนฉันมีไหน
มันน่าตีอย่างหนึ่งนะ ไม่ซื้อซิมส์โทรศัพท์ โทรหาก็ไม่ได้ ทักแชทไปก็ไม่อ่าน ต้องรอให้เธอมี Wi-fi ถึงจะได้คุยดีๆ เลยต้องเดินหากัน สุดท้ายยังดีที่เจอเธอมานั่งรอหน้ารถที่เราจะขึ้น
มันน่าตีอย่างหนึ่งนะ ไม่ซื้อซิมส์โทรศัพท์ โทรหาก็ไม่ได้ ทักแชทไปก็ไม่อ่าน ต้องรอให้เธอมี Wi-fi ถึงจะได้คุยดีๆ เลยต้องเดินหากัน สุดท้ายยังดีที่เจอเธอมานั่งรอหน้ารถที่เราจะขึ้น
ก่อนจะขึ้นรถฉันขอกินยาแก้เมา
เพราะครั้งหนึ่งฉันเคยอ้วกแตกอ้วกแตนในรถเขามาแล้ว ไม่ยอมให้ฟ้าผ่าเป็นครั้งที่สองเด็ดขาด
ฉันหลับให้กับ 764 โค้ง ไปตื่นตอนจอดพัก 1 ที
แล้วยิงยาวไปจนถึงสถานีเมืองปาย
วันนี้เต็มไปด้วยการทัวร์
around
เมืองปายเพราะเรามีเวลาน้อย มาเช้าวันนี้จะกลับเอาเช้าพรุ่งนี้แบบตดยังไม่ทันหายเหม็น
แม้แดดจะร้อนแผดเผาแต่เราก็บ่ยั่น เดี๋ยวไปเล่าอีกทีตอน “ปาย...กับเพื่อนไม่เก่า” ตกเย็นเราก็เหนื่อยหมดตัว
แต่ใจยังสู้ เลยไปหาข้าวเย็นกินที่เดินถนนคนเดิน ซึ่งนอกจากกินแล้วเราก็ไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมา
วันที่
14
พฤศจิกายน 2559
ฉันตื่นเช้าตามเสียงนาฬิกาปลุกกะจะลุกมาดูไอหมอก
เมื่อคืนตื่นตั้งสองรอบ ครั้งแรกเที่ยงคืนก็นึกว่าตื่นตี 4 สะดุ้งอีกทีตี 3 นึกว่าเป็นตีห้า ฉันคิดว่าคงเป็นเพราะเข้านอนตั้งแต่ตอนสองทุ่ม
หลังจากทำธุระเสร็จแล้วพี่ชายก็มารับไปกินโจ๊กตอนเจ็ดโมงเช้า
แล้วฉันก็ขึ้นรถกลับลงไปที่เชียงใหม่ตอน 8 โมง วันนี้ยามาซากิซังทั้งสองจะต้องไปงานปล่อยโคมลอย ส่วนฉันต้องไปเลี้ยงหลานน้อยมะนาวต่างดุ๊ดที่บ้าน เพราะตั้งแต่มายังเจอหน้ากันไม่ถึงชั่วโมง
แล้วฉันก็ขึ้นรถกลับลงไปที่เชียงใหม่ตอน 8 โมง วันนี้ยามาซากิซังทั้งสองจะต้องไปงานปล่อยโคมลอย ส่วนฉันต้องไปเลี้ยงหลานน้อยมะนาวต่างดุ๊ดที่บ้าน เพราะตั้งแต่มายังเจอหน้ากันไม่ถึงชั่วโมง
การเลี้ยงเด็กเป็นอะไรไม่คุ้นเคย อาจเพราะฉันกับลูกพี่ลูกน้องเราเกิดไล่เลี่ยกันไม่มาก
งานดูแลเลยจะเป็นของผู้ใหญ่ ตั้งแต่เล็กจนโตเลยเคยแค่หลอกเด็กเล่นนั่นนี่ หลอกให้หยุดร้องไห้
ไม่เคยอุ้มป้อนนม เช็ดตูดสักที
แล้วจะเอาอะไรกับฉัน
ห๊า!
ไอ้เด็ก 14
วันอย่างมะนาวต่างดุ๊ดที่จ้องหน้าฉันตอนนี้
เห็นหน้าครั้งแรกฉันก็ว่าหน้ามันตลก
กินนมจากอกแม่เหมือนคนอื่นเขาก็ไม่ได้จะสำลักอีก เวลาอุ้มก็ยกแขนไปมา
ทำหน้าย่อคิ้วย่น
งานแรกคือฉันต้องป้อนนม
ท่าของเธอก็พิเศษต้องเอานั่งป้อนไม่งั้นนมจะไหลย้อนไปออกรูจมูก
(มะนาวต่างดุ๊ดตนนี้แอบมีรูเล็กๆที่เพดานปากเลยจะนอนดูดนมเหมือนคนอื่นเขาไม่ได้ต้องนั่ง
ต้องรอขวบหมอถึงจะเรียกให้ไปปิดรูเจ้าปัญหานั่น)
ยกมานั่งได้ไม่นานก็ทำคิ้วย่น
ทำเสียงเบ่ง เอ๊า!
เธอจะมาปล่อยอาวุธชีวภาพใส่ฉันคนที่รู้จักกันครึ่งชั่วโมง
อย่างงี้ก็ได้เหรอ? กว่าจะป้อนนม
เช็ดตูด ก็เอาเพลียกันไปหลายคน ยังไม่พอฉันต้องนอนเฝ้าในมุ้งเดียวกับเธออีก เวลานอนหนะช่วยปิดตาให้สนิทหน่อยได้ไหม เดี๋ยวก็ยกแขน
เดี๋ยวก็จาม ฉันก็นอนไม่สนิทใจไม่รู้เธอต้องการอะไรกัน แล้วทำไมฉันจะต้องมาคอยแคร์เธอด้วย
ตื่นขึ้นมาอีกทีเธอก็ตื่นตามฉันอีก เขาว่ากันว่าเธอหนะอยากกินนมทีจะเอาเดี๋ยวนี้ก็ต้องได้เดี๋ยวนี้
ไม่งั้นจะเดือดร้อนเขาไปทั่วแผดเสียงแปดหลอดจนหมาเห่า
ก็จริงอย่างที่เขาว่าฉันตลกตอนที่ฉันทำหน้าทำเสียงเลียนแบบเธอแล้วเธอจ้องตาแบ๋วเนี๊ยะ ทำไมฉันต้องอยากงับแขนน้อยๆ นั้นของเธอ
แล้วแค่เช็ดตัวด้วยน้ำมันเปล่าจำเป็นต้องตัวหอมขนาดนั้นเลยเหรอ
ชีวิตฉันค่อยกลับเข้าสู่โหมดปกติตอน
5 โมงเย็นเมื่อมะนาวต่างดุ๊ดกลับดาวโมโมก้า ไปชาร์จพลังรอบดึก
วันนี้เป็นวันพระจันทร์ใหญ่นะ พอฟ้ามืดฉันก็ออกไปเดินเล่นหน้าบ้าน มันดวงใหญ่สุกใส่ สว่างฟ้าจริงๆแหละ เมื่อวานฉันก็ดูที่ปายมาแล้ว 1 รอบ ฉันเทียบไม่ได้หรอกว่าวันที่ 13 14 และ 15 จะเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน ในความคิดฉันมันใหญ่พอกันทั้งสามวันเลย
แม่ตามออกมาดูกับฉัน
หน้าบ้านเรามีแต่พระจันทร์
ไม่มีเสียงประทัด ไม่มีกระทงลอยผ่านชลประทานหน้าบ้าน ไม่มีโคมลอย
ฉันคิดเรื่อยเปื่อย
ตอนนี้ลานหน้าบ้านสว่างจนเห็นชัดว่าอะไรอยู่ตรงไหน พระจันทร์ดวงโตส่องสว่างมายังเบื้องล่างพื้นพิภพ
แต่ในความเป็นจริงแสงสว่างนั้นเกิดจากการสะท้อนมาจากดวงอาทิตย์อีกที่หนึ่ง ดวงจันทร์ทำหน้าที่เป็นฉากรับแล้วสะท้อนแสงเท่านั้นเอง
ยกกล้องขึ้นมาถ่าย
อาจเพราะกำลังไม่สูงพอเลยเห็นพระจันทร์เป็นจุดสว่างมัวๆ ในรูปเท่านั้น
ฉันยืนดูจนแม่บ่นว่ายุงเยอะถึงกลับเข้าบ้าน
ฉันกับพระจันทร์ดวงโตในรอบ 68 ปี
ก็ใช้เวลาร่วมกันแต่เพียงเท่านั้น (นั่นเป็นเวลาที่ฉันกับพระจันทร์ใกล้กันที่สุด)
วันที่
15 พฤศจิกายน 2559
ตื่นมาฉันไปขายกาแฟที่ตลาดตามหน้าที่ ยังมีคำถามว่าตอนนี้ฉันทำงานที่ไหน อยู่ที่ไหน
งานอะไร สนุกไหม มาทุกวัน ก็มีคนถามทุกวัน บางทีฉันก็รำคาญ
แต่พอบอกว่ามันดีกว่าการไม่มีใครถามอะไรฉันเลย แต่ฉันก็ไม่รู้ว่ามันจริงไหม
ก่อนออกไปธุระอื่น
ฉันเจียดเวลาให้กับเจ้าแมวหลายชื่อ (ตกลงกันไม่ได้สักทีว่าจะเอาชื่ออะไรให้มัน)
ลูกของขวัญสุดาที่เอามาแล้วทิ้งไป
เช้านี้ฉันมีนัดกับเฟย์เฟย์ที่
TCDC
เชียงใหม่ ว่าจะไปดูนิทรรศการ และกินข้าวกลางวันด้วยกันซะหน่อย
แต่ฉันก็แว๊นไปช้าเลทเป็นชั่วโมง
พอไปถึงเป็นว่านิทรรศการจบไปตั้งแต่วันที่
13
แล้ว
เฟย์เฟย์เลยแนะนำให้ไปร้านก๋วยเตี๋ยวปลาเลยดีกว่า ครั้นจะแว๊นไปเธอก็ไม่มีหมวกกันน๊อค
แม่เจ้า! เราเลยต้องเดินจาก TCDC เชียงใหม่ไปหาอนุสาวรีย์สามกษัตริย์กลางแดดเที่ยงวัน
ยังดีที่ระหว่างทางเราแวะร้าน
KHUNKAE’S
JUICE BAR ที่เฟย์เฟย์รับประกันความอร่อย เพราะเป็นร้านประจำ
ใครมาเชียงใหม่อยากจะชื่นใจฉันแนะนำให้มาร้านนี้ เป็นร้านเล็กๆในซอยหลังตลาดสมเพชร
น้ำผลไม้มีทั้งแยกกาก และปั่นรวมเนื้อ ฉันเลือกจิ้มสูตร H มีทั้งแครอท
แอปเปิ้ล บีทรูท ขิง ยกมาเสิร์ฟทีแยกชั้นเลยจ้าน้ำครึ่งหนึ่ง
อีกครึ่งเป็นเนื้อแบบละเอียด อยากจะเอาช้อนมาตักกินจริง มาแค่ครึ่งทางเฟย์ๆก็พาฉันอิ่มไปครึ่งท้องแล้วหละ
เราเดินต่อไปหามื้อกลางวันที่ร้านสะอาด
ก๋วยเตี๋ยวปลาอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ เพราะเฟย์เฟย์ไม่กินเนื้อ ไม่กินหมู ไม่กินไก่
และก็ไม่ใช่มังสวิรัติ เพราะเฟย์เฟย์ยังกินปลา
และคลั่งนักคลั่งหนาก็คือกุ้ง เราสั่งกันคนละถ้วยกินไปด้วยคุยไปซ๊ะป๊ะ
ได้มาแถวนี้ฉันก็คิดถึงตอนอยู่หอในเมือง
ถึงวันอาทิตย์ทีไรฉันก็เดินเที่ยวถนนคนเดินทุกแทบไม่เคยเว้นอาทิตย์ แต่ตัดภาพกลับมาตอนนี้แค่คิดจะมาฉันยังหาเวลายากแท้
กินข้าวเสร็จฉันก็แยกกับเฟย์เฟย์ที่ลานอนุสาวรีย์เธอนัดเจอกับเพื่อนต่อ
ฉันเลยขอแยกย้ายกลับบ้านแต่เพราะจอดรถไว้ที่ TCDC เชียงใหม่
(หลังกาดเมืองใหม่) โบกรถแดงเท่าไหร่ก็ไม่รับ อารมณ์เสียจริง
ฉันเลยตัดรำคาญเดินสู้ฟัดไปจนถึงกาดเมืองใหม่
กลับบ้านมาหาก็มาเจอมะนาวต่างดุ๊ด
(ทุกกลางวันเธอจะมาปักหลักยึดเอาห้องนั่งเล่นบ้านฉันเป็นที่ทำการ) ฉันอุ้มเล่นนิดหน่อยก่อนจะไปแพ็กกระเป๋า
รูจมูกน้อย นิ้วเล็กๆ น่าจับน่าลูบ
เวลาแห่งการพักผ่อนช่างผ่านไปเร็วจริง มาไม่ทันไรก็ต้องกลับไปอีกแล้ว พ่อพูดถึงเรื่องกลับบ้านครั้งหน้าตอนปีใหม่
แต่ในใจฉันคิดถึงเรื่องมะนาวต่างดุ๊ดที่จะโตขึ้นอีกนิด เธอจะจำหน้าจำเสียงฉันได้ไหมนะ
เจ้าแมวน้อยลูกพี่ขวัญสุดาจะข่วนฉันรึเปล่า ฉันคิดถึงการกลับมาครั้งหน้าแทบไม่ไหว
อยากให้เป็นพรุ่งนี้ได้คงดี...






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น