มาถึงอุบลแล้วก็ยังไม่ได้เล่าถึงทริปแว้นในอุบลกับเพื่อนตัวน้อย 150 ซม. สักที
จริงแล้วเราไปเที่ยวกันตั้งแต่วันที่ 2 ที่ฉันมาถึงอุบล กับเพื่อนสาวอีกสามคนที่รู้จักกันตอนฝึกงานสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง แต่ฉันเลือกเอามาเขียนเป็นเรื่องสุดท้ายเพราะผ่านมาหลายเดือนความทรงจำฉันไม่ปะติดปะต่อแล้ว ต้องคอยกลับไปดูรูป แล้วไปหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตอีกที่ว่าที่ไหนชื่อว่าอะไร
จำได้ว่า...
สถานีที่ 1 : ศิวพรเริ่มทริปของเราที่วัดสุปัฏนารามวรวิหาร (ฉันค้นชื่อวัดจากคลิปให้อาหารปลา) วัดริมแม่น้ำมูลที่คั่นกลางระหว่างอ.วารินชำราบ และอ.เมือง เมื่อถึงวัดเราก็พากันเลือกซื้อขนมปังคนละถุง ฉันเลือกเอาก้อนสีชมพูแต่จริงแล้วปลามันก็ไม่รู้หรอกว่ากินขนมปังสีอะไร ไผจะแคร์ มีแต่ฉันนี่แหละเลือกมากแล้วก็ไม่ใช่จะได้กิน
นอกจากปลาที่เยอะแล้ว ก็ยังมีนกพิราบที่เกาะอยู่ตามราวในโป๊ะ พากันบินว่อนไปมา และบางทีเราก็ต้องระวังขี้นกจะหล่นใส่หัวด้วย ถึงตอนนี้ฉันอยากเอาขนมปังมาฉีกให้ทั้งปลาทั้งนกสักหนึ่งลำรถพ่วงสิบแปดล้อ มันสนุกจริงๆ นะ ปลาก็มอง นกก็จ้อง แล้วใจเราก็อยากโยนให้มันทั่วๆ เผลอแป๊บเดียวขนมปังก็หมดก้อนแล้วเราก็จะอยากซื้ออีกๆ ที่แม่ค้าขายดีก็เพราะแบบนี้แหละ
พอขนมปังหมด และเริ่มร้อนรนจนทนไม่ไหวเลยพากันไปไหว้พระในศาลาธรรมที่อยู่ใกล้กัน พอก้าวเดินเข้าไปในศาลาก็มีลมพัดมาค่อยๆ เบาๆ ฉันเย็นสบายจนคิดอยากหลับตาลงพักสักงีบในนี้ สามารถขึ้นแคปชั่นว่าหนีร้อนมาพึ่งเย็นได้จริงๆ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเล่าให้ออกธรรมะธรรมโมอะไรนะ แต่ในนี้มันเย็นด้วยลม ด้วยหลังคา และความเงียบจริงๆ เงียบจนได้ยินเสียงพยาธิในท้องฉันร้องดัง
สถานีที่ 2 : ให้อาหารปลากเสร็จแล้วก็มาต่อด้วยการกินอาหารคนบ้าง ศิวพรพาฉันมาร้านอาหารเวียดนามเจ้าประจำเพื่อเติมพลังก่อนจะเริ่มเที่ยว ด้วยความเป็นแก็งค์เพื่อนสาวมันก็จะมีความกินผักกินไม้ สั่งเมนูอะไรมาก็ราวกับว่าเป็นไดโนเสาร์กลุ่มเฮอร์บิวอร์ (กินพืช) โดยลืมคิดไปว่าผักเดี๋ยวพอมันย่อยเราก็จะหิวอีก แถมมิสชั่นของวันนี้คือการตะลอนไปทั่วเมือง ตอนกินยังไม่ได้คิดเพราะจุกผัก แต่เดี๋ยวผ่านไปสักชั่วโมงเราก็คงหิวโดยพร้อมเพรียงกัน
สถานีที่ 3 : เมื่อพูดถึงอุบลราชธานี สำหรับฉันสิ่งแรกๆ ที่จะคิดถึงก็คือประเพณีแห่เทียนพรรษาที่ยิ่งใหญ่อลังการ ด้วยการประดับประดาต้นเทียนแล้วแห่เข้าวัดเพื่อทำพิธีทางศาสนา แต่น่าเสียดายที่ฉันไม่ได้มาช่วงเทศกาล แต่ศิวพรก็ไม่ทำให้การมาอุบลครั้งนี้เสียเทียว เธอพาฉันมาที่วัดพระธาตุหนองบัวเพื่อดูต้นเทียนใหญ่ที่ใช้ในขบวนแห่เทียนเข้าพรรษา ที่ฉันอยากเห็นก็เพราะฉันสงสัยหลายอย่างเกี่ยวกับต้นเทียนไม่ว่าจะเป็น
เทียนละลายไหม
ขี้ผึ้งที่เอามาทำก็ไม่ใช่น้อยแล้วมันจะไม่หนักจนเคลื่อนไม่ไหวเหรอ
รถแห่เทียนจริงๆในขบวนจะใหญ่ขนาดไหนกันนะ
พอเสร็จงานแล้วหลอมเก็บไว้หรือ ปล่อยไว้แบบนั้น
ถ้าเก็บไว้แล้วเก็บยังไงหละ
และเมื่อฉันได้มาเห็นรถแห่เทียนของจริงแล้วก็ได้คำตอบที่สงสัยมานาน
อย่างแรกคือพอแห่เสร็จแล้วเทียนไม่ได้ถูกหลอม เขาจะเอารถแห่เทียนมาเก็บไว้ในโรงขนาดใหญ่ที่มีหลังคาและผนังเรียบร้อย แต่ด้วยอากาศที่ร้อนก็ทำให้เทียนละลายหยดตามพื้นบ้างแต่ไม่ถึงกับเหลวเป็นโกโก้ครั้นช์ ของตกแต่งบางอย่างที่เป็นรายละเอียดเล็กน้อยจะถูกแกะออกไปเพื่อหลอมและแกะใหม่เมื่อใกล้ถึงเทศกาลโดยทุกคนสามารถไปช่วยกันแกะสลักเทียนได้ โครงที่อยู่บนรถไม่ได้เป็นเทียนทั้งหมดเมื่อสังเกตจากจุดที่เทียนละลายออกไปแล้วข้างในจะมีโครงซึ่งเป็นวัสดุอื่นอยู่ และตัวหุ่นเทวดาก็คล้ายกับเป็นปูนปั้นข้างในแล้วมีเทียนเคลือบไว้ด้านนอกเพื่อไม่ให้น้ำหนักรถมากเกินไป และเมื่อถามว่ารถแห่เทียนใหญ่ไหมตอบได้เลยว่าใหญ่มากกกก..กก.ก
เสร็จจากการดูรถแห่เทียนที่อลังการแล้ว เราก็เข้าไปไหว้พระในพระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ ที่อยู่ใกล้ๆ กัน เมื่อก้าวเข้าไปเป็นครั้งแรก ฉันก็อดไม่ได้ที่จะมองไปรอบๆ เพราะทุกอย่างในพระธาตุเจดีย์เป็นสีทองสะท้อนเงาวับจับตามาก ฉันไม่รู้ว่าจะบรรยายความเลื่อมทองได้อย่างไร เอาเป็นว่าเรียกร้านทองเยาวราชให้เอาทองมากองกันยังไม่เท่าความทองในองค์พระธาตุนี้ ใครมาอุบลทั้งทีไม่มาวัดนี้ฉันว่าเธอพลาด ฉันเข้าไปกราบพระ และเดินชมในวัดกับเพื่อนเล็กน้อยก่อนจะเดินทางต่อ ถึงตอนนี้ฉันกลับมาค้นข้อมูลวัดก็พบความพิเศษของพระธาตุเจดีย์ว่าสร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ครบรอบ 25 ศตวรรษของพุทธศาสนาในปี พ.ศ. 2500 โดยได้จำลองแบบมาจากเจดีย์ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2512 รวมแล้วใช้เวลาในการก่อสร้างถึง 12 ปี
สถานีที่ 4 : พักทริปสายบุญมาเที่ยวสถานที่ฮอตฮิท ที่ HOT จริงๆ เมื่อดูจากเหงื่อบนแผ่นหลังของหนุ่มสาวชาวอุบลกันบ้างที่ "อุบลสแควร์"
เราแว้นมาถึงตอนบ่ายแก่ๆ ที่นี่คล้ายกับคอมมูนิตี้มอลล์ที่มีร้านอาหาร ร้านขายเสื้อผ้า ของตกแต่งแฟชั่น ลานเบียร์เพลงเพราะๆ และกิจกรรมที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนในทุกๆ เดือน แต่ตอนนี้ที่เรามาพ่อค้าแม่ค้ากำลังตั้งร้าน เราเลยไปหลบร้อนในร้านขนมเล็กๆ ก่อนจะออกมาเดินเที่ยว ถ่ายรูปเล่น และไปยังสถานีสุดท้าย
สถานีที่ 5 : ศิวพรและผองเพื่อนพาฉันมาปิดท้ายที่ถนนคนเดินทุ่งศรีเมืองอุบลราชธานี ที่ใกล้กับเสาหลักเมืองติดกับสวนสาธารณะที่มีคนมาวิ่งออกกำลังกาย เราเดินหาของกินของฝากกันไปเรื่อยๆ ฉันได้แมลงทอดกินรองท้องเป็นอาหารเย็น ศิวพรดูตระกร้าสานจะซื้อไปฝากอาจารย์ เพื่อนคนอื่นๆ ก็ดูเสื้อผ้าน่ารักๆ เราเดินกันไม่นานก็เห็นพ้องต้องกันว่าอยากกลับไปพักผ่อนมากกว่า จึงยุติการเดินเล่นไว้เพียงเท่านั้น และจบทริปเมืองอุบลในหนึ่งวันไว้เพียงเท่านี้
ขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูลค่ะ
https://www.youtube.com/watch?v=iFEforO16XE วัดสุปัฏนารามวรวิหาร
https://pantip.com/topic/34023176 วัดพระธาตุหนองบัว

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น