อุบลราชธานี ที่บางทีก็เรื่อยๆ บางทีก็รีบเร่ง
ฉันนั่งเขียนอุบลราชธานีเป็นครั้งที่ 4
ที่มันเป็นครั้งที่สี่ก็เพราะสามครั้งที่แล้วฉันพยายามเขียนแต่ก็ไม่จบ
เวลาเขียนแต่ละครั้ง ไม่มีครั้งไหนที่ฉันพอใจ รึคิดว่ามันจะพอดีเลย ทำให้อุบลราชธานีของฉันเลยถูกเขียนครั้งแล้วครั้งเล่า จนถูกบิด ตัด ดัด เปลี่ยน
ไม่เหลือความอร่อยของเรื่องหลัก และไม่มีเสน่ห์จากรสมือฉันแม้แต่น้อย พออ่านออกมาเลยรู้สึกเหมือนกับอาหารที่กินได้แต่ไม่อร่อย
ครั้งนี้ฉันกลับมาเขียนเล่าเรื่องให้ตัวเองในอนาคตได้กลับมาอ่าน และคิดถึงช่วงเวลาที่ฉันไปเที่ยวอิสานแบบจริงๆจังๆ ครั้งแรก
ไม่ใช่แค่ผ่านเหมือนตอนไปลาว แต่เป็นการตั้งใจไปหาเพื่อนสนิท
ไปดูไปเห็นไปเป็นแบบเพื่อน ไปเรียนรู้ชีวิตอินดี้อิสานสักครั้ง
“ฉันจะเล่าอุบลของฉัน ที่ฉันได้พบที่ฉันได้เจอ เผื่อวันไหนอยากย้อนเวลากลับไป ฉันจะได้เปิดอ่านอีกที ”
“ฉันจะเล่าอุบลของฉัน ที่ฉันได้พบที่ฉันได้เจอ เผื่อวันไหนอยากย้อนเวลากลับไป ฉันจะได้เปิดอ่านอีกที ”
จะเล่าโดยไม่เรียง ดังนี้
“หมูกระทะของเปาปุ้นจิ้น”
สองสามอาทิตย์มานี้ฉันงอแงจะกินบุปเฟต์หมูกระทะให้ได้ ไม่งั้นคงลงแดงดิ้นตายแน่ๆ
ต้องขอบคุณที่ฉันมีเพื่อนน่ารักคอยตามใจ อยากกินอะไรก็ไปด้วยกัน
ฉันเลยได้กินหมูกระทะที่ร้านใกล้อนุสาวรีย์ในวันว่าง แม้จะสมหวังที่ได้กินแต่รสชาติก็ยังไม่เป็นดั่งใจปรารถนา
เพราะเตาที่ที่ร้านนั้นจะปิ้งสามชั้นยังไงหนังก็ไม่ยอมกรอบสักทีสภาพออกมาคล้ายหมูลวก
ไม่ต่างอะไรกับที่จุ่มอยู่ในร่องน้ำซุปข้างๆ เลย แล้วอีร่องน้ำซุปก็ยังดันเล็กเกินกว่าจะเอาช้อนลงตักได้ พอร่องมันเล็กก็เลยทำให้น้ำเค็มเร็วจากซอสหมักหมูที่ไหลลงมาสะสม ช่างไม่สุขอุราเอาซะเลย อีกอย่างคือการคิดเงินแบบเหมาจ่าย กินมากน้อยยังไงก็ราคาเดียวกัน ฉันเคยคิดว่าราคานี้ยุติธรรมแล้วร้านไหนๆ ก็คิดแบบนี้
แต่! ...ลองฟังที่ฉันเล่า “หมูกระทะของเปาปุ้นจิ้น”
ก่อน ความคิดเธออาจจะเปลี่ยนไป แล้วเข้าใจว่าทำไมฉันถึงติดใจหมูกระทะเมืองอุบล
ตั้งใจไปเจอเพื่อนที่อุบลทั้งทีมันก็ต้องมีรวมวงหมูกระทะกันซะหน่อย มื้อเย็นวันแรกของฉันเลยหนีไม่พ้นเข้าร้านบุปเฟต์หมูกระทะ
ศิวพรเพื่อนตัวน้อยของฉันบอกว่ามีร้านให้เลือก 2 แบบ
แบบแรกคือสั่งมาเป็นชุด มีเล็ก กลาง ใหญ่ตามราคา
แต่แบบนี้ฉันคิดว่าอาจมีบางอย่างที่เราไม่กินติดมาด้วย อ๊ะงั้น ลองฟังเงื่อนไขแบบที่สอง ศิวพรบอกว่าคือแบบตักเองแล้วชั่งกิโลคิดตามราคา กิโลละ 189 บาท
ดะ...เดี๋ยวนะ แล้วสองแบบนั้น
มันจะเรียกว่าบุปเฟต์ได้ยังไงว๊า...
อย่างที่ฉันเข้าใจอ่ะนะ บุปเฟต์คือตักเท่าไหร่ก็ได้ตามใจเราไม่ใช่เหรอ
แล้วนี่ไม่มีแบบไหนที่เราจะเลือกตักได้แบบจัดเต็มเลยนี่นา
พอถามศิวพร ฉันก็ได้คำตอบที่ได้เอาฉันงงเต๊กไปเลย
แล้วนี่ไม่มีแบบไหนที่เราจะเลือกตักได้แบบจัดเต็มเลยนี่นา
พอถามศิวพร ฉันก็ได้คำตอบที่ได้เอาฉันงงเต๊กไปเลย
“ก็บุปเฟต์ผัก กับวุ้นเส้นไง
ที่ร้านเขามีให้ตักได้ตามสบายเลย”
อื้อหือออ...อย่างงี้ก็ได้เหรอ ??
ก็ตามสเต็ปร้านหมูกะทะทั่วไปหลังจากเลือกโต๊ะแล้ว
ฉันก็ตรงดิ่งไปกำกับการผลิต เลือกหมูแต่ชิ้นที่ถูกใจ จะตักหมึกไปก็ต้องชั่งใจว่าเอากี่ชิ้น
ไม่ว่าจะหิวโหยมาจากไหนพอมาถึงไลน์ตักวัตถุดิบก็เป็นอันต้องตั้งสติ (สำหรับฉันนะ)
ถ้าตาใหญ่กว่าท้องเอาแต่ตักๆๆ สุดท้ายมันเหลือเต็มโต๊ะจะทำไงได้ล่ะ
ก็ต้องตักเท่าที่คิดว่าจะกินก่อนแบบพอดีพุง ถ้ายังไม่พอก็ค่อยมาเติมอีก ตักเสร็จก็ไปที่โต๊ะแคทเชียร์เขาจะชั่งกิโลให้แล้วบอกว่าทั้งหมดเป็นราคาเท่าไหร่
เสร็จแล้วเขียนลงในบิล
เราได้น้ำจิ้มหมูกระทะคนละ 1 ถ้วย ไม่มีน้ำจิ้มแจ่ว น้ำจิ้มซีฟู๊ด หรือน้ำจิ้มสะเต๊ะให้เลือก
ที่นี่สูตรเดียวจิ้มทั้งเนื้อ หมู หมึก ไก่ กุ้ง ผัก all in one ของแท้ และเตาก็เป็นแบบเตาถ่านอั่งโล้กับที่ปิ้งหมูกระทะแบบบ้านๆ มีรูให้ไอร้อนโดนเนื้อหมูและขอบหนังของสามชั้น จึงทำให้กรอบ ร่องน้ำซุปก็เอาช้อนวางได้ ลวกอะไรก็ใส่เข้าไปเต็มๆ
ไม่เหมือนเตาแบบทองเหลืองที่ใช้ตามร้านทั่วไป
พอนั่งกินไปสักพักก็เริ่มอิ่ม
เราตักเยอะในครั้งแรกเท่านั้น ครั้งหลังที่ตักก็แค่มีเนื้อมาอีกนิดหน่อย การกินแบบนี้ทำให้ฉันรู้จักชั่งใจ
และกินผักเยอะกว่าตอนกินปกติ เพราะตอนที่ใกล้จะอิ่มแต่รู้ว่ายังพอเหลือพื้นที่น้อยๆ
ในพุง เราก็จะมาคิดกันว่าเราจะเลือกไปเติมเนื้อ หรือผักเพิ่มดี
และผลสรุปมักออกว่าตักผักดีกว่า
เช้าหลังจากกินหมูกระทะเราก็ไม่มีปัญหาท้องอืด
หรือท้องผูกเลย และฉันก็รู้สึกดีที่ได้กินผักเพิ่มขึ้น แม้จะมีของให้เลือกไม่เยอะ
แต่การกินผักทดแทนก็ดีอยู่มาก
ก่อนกลับกทม. เย็นวันนั้นฉันก็ขอจัดหมูกระทะอีกครั้ง
แบบนี้ถ้าไม่ติดใจจะให้เรียกอะไรล่ะ
พอกลับมาฉันได้เล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนอีกคนฟัง
รีน่าบอกว่า “หมมม...ถ้าเป็นงั้นฉันคงไม่ได้อ่ะ
เพราะฉันเป็นเด็กไทยสมัยใหม่ ไม่กินผัก”
มีอีกเรื่องหนึ่งที่ควรดอกจันไว้ **ทั้งสองครั้งเมื่อหารเฉลี่ยแล้วเราจ่ายกันครั้งละไม่ถึงร้อย
ย้ำ ไม่ถึงร้อยทั้งสองครั้ง!!! ให้ฉันกินทุกวันยังได้เลย!



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น