วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559

เรียนจบคณะวิทย์นี่น้องไปทำงานอะไรได้บ้าง?

ที่จริงแล้วนี่เป็นการเขียนรอบที่สอง ก็เพราะวันนั้นพิมพ์ในแทบเล็ตแล้วไม่รู้เขียนลงตรงไหนหายไปซะเกลี้ยงเลยเลยต้องมานั่งพิมพ์อีกรอบ 

การเขียนอะไรที่มันผ่านมานานอาจทำให้อารมณ์ ณ ตอนนั้นขาดหายไปบ้างนะ รู้สึกว่ามันไม่แซ่บเท่าที่วันนั้นที่เรื่องมันเกิดขึ้น

ตอนบ่ายวันหนึ่งในมหาวิทยาลัย ฉันกับเพื่อนกำลังจะไปซื้อของข้างนอก แต่ขณะที่เราเดินกันอยู่ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินตรงมาทางเรา หน้าก็ดูเหมือนจะหาอะไรสักอย่างคิดว่าเขาคงหลงทาง ก็เลยลองถามให้ความช่วยเหลือ
 
เรา : หาอะไรอยู่รึเปล่าคะ
เขา : ปล่าวครับ พี่ไม่ได้หาอะไร แล้วน้องเรียนคณะอะไรครับ
เรา : คณะวิทย์ค่ะ (ตอบ และคุยต่อด้วยทั้งที่รู้สึกแปลกๆ)
เขา : อ๋อ ดีเลย งั้นพี่มีคำถามเดียวที่จะถามน้อง คำถามเดียวเท่านั้นครับ
เรา : อะไรเหรอคะ (รู้สึกว่าแปลกจังเลย มาไม้ไหนวะ ชวนไปขายตรงรึเปล่านะเนี่ย น่ากลัวจัง)
เขา : คือพี่อยากรู้ว่า น้องเรียนจบคณะวิทย์แล้วเนี่ย น้องไปทำงานอะไรได้บ้างครับ
 
ก่อนตอบคำถามขอบอกตามตรงเลยว่า เหมือนโดน ไอซ์บักเกตชาเลนจ์ราดหัวลงมา 

ประหลาดใจจริง และสงสัย อะไรคือการที่คนๆหนึ่งเดินมาหาคำตอบแบบนี้
เป็นคำถามที่ฉันไม่ค่อยได้เจอ 

แต่ใครจะเชื่อว่าวันหนึ่งจะมีคนเหมือนกับอะไรไปดลใจให้เขาตรงดิ่งมาถามคำถามนี้กับฉัน 

เมาหัวแท้!! ผ่านไปสามวินาทีฉันก็เรียกสติกลับคืนมา กับการตอบคำถามที่รออยู่ตรงหน้า 

เพื่อนเราก็งง เราก็ยิ่งงง 

แต่สกิลการตอบคำถามแบบเมญ่า(MTW 2014) ก็เข้าสิง ทำให้ตอบแบบมั่นใจว่่า
 
เรา : จบไปแล้ว สามารถทำงานได้ทุกอย่างที่ชอบ และอยากเป็นค่ะ เพราะว่าวิทยาศาสตร์เป็นพื้นฐานของอีกหลายศาสตร์ที่ต่อยอดออกไปได้ วิทยาศาสตร์ทำให้เรามีการคิดอย่างเป็นระบบ มีขั้นตอน มีกระบวนการคิด และใช้เหตุผลในการตัดสินใจคะ ดังนั้นไม่ว่าจบไปแล้วอยากเป็นอะไรก็เป็นได้หมดค่ะ ไม่จำเป็นว่าเราจะต้องไปอยู่ในแลป หรือเป็นอาจารย์เสมอไป
 
ก่อนจะเข้ามาเรียนคณะนี้ ฉันก็เคยได้ยินว่าเรียนวิทยาศาสตร์หางานยาก ง่ายๆคือไม่ค่อยมีงานทำ(หมายถึงในประเทศ และกับคนที่ไม่ได้เก่งเหมือนลงมาจากสวรรค์อะนะ) บางที่ก็มักจะรับคนที่จบเฉพาะด้าน เช่น เทคนิคการแพทย์ อุตสาหกรรมเกษตร แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่สำคัญ จริงแล้วมันอยู่ที่เราไปกำหนดว่าเราจบคณะนั้น คณะนี้ แล้วต้องได้ทำงานที่ตรงสาย ไม่งั้นจะเรียนมาทำไมมากกว่า สิ่งนี้เป็นคอกที่กันเราไม่ให้กล้าเข้าไปวิ่งเล่นกับชีวิตใหม่ การเรียนรู้ใหม่ๆ 
 
เพราะฉันก็เคยคิดแบบนั้นมาก่อน ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจ แต่พออยู่ถึงปีสองปีสามก็เจอกันรุ่นพี่ที่จบไป บางคนก็เรียนต่อเพราะงานหาทำยาก (ก็มีบางส่วนที่เค้าเรียนเพราะอยากเรียนไม่อยากเว้นปี) และมีพี่บางส่วนที่จบไปแล้วทำงานไม่ตรงสาย 

แล้วพอวันหนึ่งไปตกหลุมรักการท่องเที่ยว และโรงแรมก็ทำให้ฉันอยากกระโดดออกจากคณะวิทยาศาสตร์ไป เพราะคิดว่าทางโน้น ดึงดูดใจกว่า สนุกกว่า ท้าทายกว่า และถามตัวเองว่าแล้วเรายังจะเรียนวิทยาศาสตร์ไปเพื่ออะไร จบไปทำงานอะไรได้ 
 
แต่การที่อยู่ๆก็มีคนมาถามแบบนี้กับเรา ฉันคิดว่าเหมือนกับเขาถูกใครบางคนกำหนดให้มาตั้งคำถามกับตัวฉันเอง เหมือนได้เจอกระจกเงาที่สะท้อนคำตอบจากใจ ฉันตอบโดยบางส่วนได้ยินมาจากคนอื่น และบางส่วนก็คิดเองเอาตอนนั้น พอกลับมาคิดถึงอีกทีฉันถึงกับตกใจว่า การเรียนในคณะวิทยาศาตร์ที่แสนน่าเบื่อของฉัน จรีิ้งแล้วในใจฉันมองเห็นข้อดีขนาดนี้เลยเหรอ 
 
 
ฉันไม่รู้ว่าชายคนนั้นเป็นใครเพราะจากวันนั้นก็ไม่ได้เห็นเขาอีกเลย แต่ขอบคุณมากที่ใครบางคนบนฟ้า(ฟังดูเพ้อเจ้อมาก) ส่งเขามาเป็นกระจกที่สะท้อนใจของฉันเอง ถ้าอยู่คนเดียวก็คงไม่คิดได้อย่างนี้ ขอบคุณมากคะ
 
และสำหรับบางคนที่คิดว่าเรียนไปแล้วทำงานไม่ตรงสาย เราจะเสียเงินเรียนไปทำไม
ฉันอยากจะบอกว่าสิ่งที่เราได้เรียนรู้อยู่นี่ วันหนึ่งในอนาคตความไม่แน่นอน คือสิ่งที่แน่นอนที่สุด
เราอาจได้ใช้สิ่งที่เรียนมาในสถานการณ์สำคัญของชีวิตก็ได้ ใครจะไปรู้อนาคต
แต่สิ่งที่สำคัญก็คือเราได้รู้ในสิ่งที่คนอีกเป็นหมื่นเป็นแสนไม่รู้ และสิ่งนี่เองทำให้เราเป็นคนที่พิเศษ
อย่าปิดกั้นตัวเองให้ทำงานแต่เพียงในสิ่งที่เรียนมา เพราะรสชาติของการเรียนรู้ในสิ่งใหม่รอบๆตัว
มันอาจมีความอร่อยที่เราติดใจกว่าก็เป็นได้

.....................................................................

เขียนเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2557
เผยแพร่ใน : http://dontrakaan.exteen.com/20140829/entry



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น