วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ชีวิตช้างน้อยในรั้วม่วง ปี1 (2)


คราวที่แล้วเล่าถึงที่ซุกหัวนอนกันไปแล้วคราวนี้มาเล่ากิจกรรมโหดมันฮาของเด็กปีหนึ่งกันบ้าง

อย่างแรกเลยคือ รับน้องขึ้นดอย แต่ไม่ใช่ว่าอยู่ดีดีแล้วจะวิ่งขึ้นได้เลย ถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงเป็นการฝึกหน่วยซีลแล้วหละ

ก่อนจะขึ้นรุ่นพี่จะพาเราซ้อมวิ่ง ซ้อมบูม ร้องเพลง ก่อนจะถึงวันจริงให้กล้ามเนื้อขามันได้เคยคุ้น แต่เป็นนักศึกษาหญิงนี่ลำบาก การซ้อมถือเป็นสิ่งที่ดี แต่การใส่กระโปรงทรงเอซ้อมวิ่งนี่ไม่ไหว หลังกระโปรงฉันจะฉีก แถมเหยียบเท้ากันสนั่นบรรลัย วิ่งแถวหน้ากระดานห้าคนเรียงซ้อนกัน ผู้ชายจะอยู่ขอบสองข้างคอยแบกกระเป๋า ให้ผู้หญิงอีกสามคนด้านใน ถ้าเป็นผู้ชายทั้งแท่งก็ดีหน่อยไม่ค่อยบ่น แต่ถ้าเป็นเพื่อนสาวเหมือนกันหลายคนมักจะโดนบ่นจิก นี่มึงจะเอาอะไรมากันนักกันหนาห๊าาากรูหนัก!

กลับมาแล้วหิวโหยจนต้องต้มมาม่าประทังชีวิตเพราะร้านข้าวใต้หอคนจะเยอะจนรอไม่ได้ นานเกินไป...

ก่อนถึงวันจริงรุ่นพี่นัดไว้ว่าจะมาเรียกเข้าแถวตอนตีสี่ แน่นอนฉันวางแผนตื่นเช้าหาอะไรยัดให้อิ่มก่อนเพราะไม่รู้ว่าจะได้กินข้าวเมื่อไหร่ แต่มีคนคิดเหมือนกันกับฉันเยอะ เยอะขนาดที่วาขนมในเซเว่น และใต้หอหมดเกลี้ยง ดีนะที่มีมาม่า ตอนนี้ต้องรีบเข้านอนให้เร็วที่สุด แต่ละคณะนัดเวลาไม่ตรงกัน ฉันเลยบอกให้เพื่อนที่ตื่นก่อนเรียกด้วยจะได้ตื่นตาม
 
หารู้ไม่!!นัดตีสี่่....

ดึกดื่นอยู่ๆก็มีเสียงดังโวยวาย พากันแตกตื่นทั้งหอ ดูนาฬิกา...นี่มันตีสองนี่!!! 
วิ่งไปดูที่ระเบียง เห็นพี่คณะอื่นมาตะโกนเรียกน้องกันใหญ่ ฉันจะบ้า!!! 
ไม่นงไม่นอนมันละเสียงดังขนาดนี้

แล้วเราก็พากันตื่น ต้มน้ำร้อนทำมาม่า กินไปกินมารู้สึกอยากอ้วกเพราะไม่ได้หิว แต่ไม่อยากก็ต้องกินรองท้องไปก่อน  

พอวิ่งลงไปเข้าแถวได้ก็ยังมีเพื่อนที่ไม่มาสักที บางคนก็หลับลึกเกินต้องวิ่งไปปลุก ไปตะโกนตรงระเบียงห้องให้รีบลงมา ตอนนั้นรุ่นพี่น่ากลัว และน่ารำคาญมากด้วย เพราะคนมาเข้าแถวโดนด่านาน คนมาช้าโดนด่าแป๊บเดียว

ไม่มีใครบอกว่าเราจะต้องเข้าแถวตีสี่เพื่อมานอนรอคิวจะวิ่งที่หน้ามอ ห้า หก เจ็ด แปด เก้า นั่งมองตัวเลข
ที่เข็มสั้นผ่าน ให้นึกสภาพหน้ามอที่ศาลาธรรมสีแดงๆ ไพร่พลนอนสลบกองกันเป็นเบือ บนทางเท้านั่นทำเลดีสุดของฉัน บางคนก็หนุนเพื่อน บางคนก็ยึดพื้นหญ้านุ่มๆ นอนอิงต้นไม้บ้าง แล้วมันจะเรียกรวมพลตั้งแต่ไก่โห่ทำไมว๊าาา...
 
และแล้วเราก็ได้วิ่งขึ้นดอย มันเป็นการวิ่งสลับเดิน สีสันอยู่ตรงที่มีเพื่อนเป็นลม เพราะจะทำให้คนรอบข้างแตกตื่น ฉันก็อยากเป็นบ้าง >>> ถ้าเป็นน้อยก็มีแอมโมเนียมให้ดม และพักนิดหน่อย ถ้าหนักก็มีรถพยาบาลบริการ (รถแดงนั่นหละ พยาบาลก็รุ่นพี่คณะเดียวกัน) 

ฉันว่ามันน่าจะมีบ้างแหละที่ขอเป็นลมหนูม่ายหวายยย ขอขึ้นรถแดง  

ฉันนี่สิ!! จะตายเอา พอรู้สึกใกล้ถึงจุดที่อีกนิ๊ดเดียวจะเป็นก็ดันให้หยุดพัก 

นังพวกนั้นมันทำบุญด้วยอะไรนะถึงได้เป็นลมเป็นแล้งไป 
 
จุดที่เราพักกินข้าวเรียกว่าไฟป่า ที่จริงหน้าที่เขาคือหยุดไฟป่าแต่ก็เรียกกันจนติดปากว่าไฟป่า พักแป๊บเดียวเราก็ต้องวิ่งไปต่อให้คณะอื่นมานั่งแทน โอ้!!ฉันอยากงีบสักหน่อย

นอกจากสีสันของการเป็นลม ยังมีอีกอย่างหนึ่งคือการวิ่งแซงกันของแต่ละคณะ คณะไหนคนน้อยชอบใช้มุขแซงทางโค้ง คณะไหนคนเยอะก็สั่งยื่ดแถวคือคนหน้าวิ่งสุดชีวิตแถวหลังๆจะค่อยวิ่งทำงี้แถวจะยาวเป็นมังกรตรุษจีน แซงได้หรือไม่ได้ก็ไม่มีรางวัลอะไร แต่สะใจมากกกก!!
 
ทางที่วิ่งขึ้นดอยมีทั้งนักศึกษา รถยนต์คนธรรมดา รถทัวร์นักท่องเที่ยว และเด็กแว้นนักท่องเที่ยวจีน ควันดำ เบรคไหม้ อบอ้าว ฟ้าครึ้ม คนเป็นลม มีหมด ณ จุดๆนี้  และแล้วพักหนึ่งก่อนที่เราจะถึงโค้งสปิริตฝนก็ตกลงมา ทุกคนโห่กันสนุกสนาน เพราะร้อนก็ร้อน เหงื่อเหม็น เท้าเน่ากันหมด ฝนเป็นดั่งน้ำทิพย์ชโลมใจ
 
การบูมที่โค้งสปิริตเป็นอะไรที่ฉันลุ้น เพราะถ้าร้องเพลงแล้วปรบมือผิดจังหวะคือเพื่อนรู้ทันทีว่าอีนี่ไม่มาซ้อม หลังบูมอันลุ้นเหลือเสร็จไปก็ถึงโค้งสปิริต!!
 
ค้งสปิริต!!
โค้งสปิริต!!
 
ใครบอกว่าวิ่งขึ้นโค้งไม่ถึงจะเรียนไม่จบ ฉันหละเกือบจะหาไม่กับคำนี้ เดินๆวิ่งๆมาทั้งวัน แถมสุดท้ายต้องวิ่งตายสุดชีวิตเพราะกลัวเรียนไม่จบเนี่ยแหละ ปีนี้เราไม่ได้ขึ้นไปไหว้พระธาตุ เพราะอะไรไม่รู้เหมือนกัน แต่วินาทีนั้นฉันก็อยากกลับเพราะเหนื่อย เปียก ง่วง หิว จนอารมณ์ซึ้งตรึงใจบิ้วไม่ขึ้น  ห้องน้ำห้าบาทคนต่อแถวยาวเป็นกิโล
 
เรากลับลงมาโดยรถแดงที่สโมสรนักศึกษาจัดไว้ และฉันก็กลับบ้านต่อในตอนเย็นวันนี้เป็นวันเสาร์  ดีนะที่ได้กลับบ้าน ฉันรู้มาว่าวันอาทิตย์น้ำหอไม่ไหลทั้งหมดทั้งมวล คนที่ไม่อาบน้ำ ก็เดือดร้อนกันไปตามระเบียบ  ขอหัวเราะเป็นภาษาญี่ปุ่นละกัน ณ จุดๆนี้ ฮุฮุ ฮิฮิ คะคะ คิคิ

..............................................................................................

เขียนเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558
เผยแพร่ใน : http://dontrakaan.exteen.com/20150221/entry









ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น